แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ละเมิด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ละเมิด แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2561

น้ำท่วมคอนโดรถยนต์เสียหายใครต้องรับผิดชอบ


เป็นคำถามที่น่าสนใจ เหตุการณ์ฝนตกไม่ว่าจะในฤดูหรือฝนนอกฤดูกาล เมื่อตกจนท่วมลานจอดรถชั้นใต้ดิน ทำให้รถยนต์เจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมที่จอดไว้ ได้รับความเสียหาย         ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ?

การหาผู้รับผิดชอบในเหตุการณ์ดังกล่าว นั้นต้องหาข้อเท็จจริง ถึงสาเหตุที่น้ำท่วมให้ได้เสียก่อนว่าเกิดจากอะไร ใครมีส่วนประมาทเลินเล่อหรือไม่ 

ซึ่งบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ ก็มี เจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วม ผู้ครอบครองห้องชุด ผู้ครอบครองรถยนต์ นิติบุคคลอาคารชุด บริษัทที่รับจ้างบริหารจัดการธุรกิจงานนิติบุคคล เจ้าของโครงการคอนโดมิเนียม บริษัทที่รับประกันภัย ทั้งของนิติบุคคลอาคารชุดและบริษัทประกันภัยรถยนต์ เป็นต้น

ทีนี้ก็มาดูหลักกฎหมายกันสักนิดเรื่องเหตุสุดวิสัย

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8 วางหลักเรื่องเหตุสุดวิสัย ไว้ว่า มาตรา 8  คำว่า “เหตุสุดวิสัย” หมายความว่า เหตุใด ๆ อันจะเกิดขึ้นก็ดี จะให้ผลพิบัติก็ดี เป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้แม้ทั้งบุคคลผู้ต้องประสบหรือใกล้จะต้องประสบเหตุนั้นจะได้จัดการระมัดระวังตามสมควรอันพึงคาดหมายได้จากบุคคลในฐานะและภาวะเช่นนั้น

ถ้าเหตุการณ์น้ำท่วมเกิดขึ้นจากเหตุสุดวิสัย หมายความว่า เหตุการณ์นี้โทษใครไม่ได้ ต้องโทษฟ้าโทษฝน

แต่มีเหตุการณ์น้ำท่วมคอนโดมิเนียม โดยเฉพาะพื้นที่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน ซึ่งเกิดขึ้นจากความประมาทเลินเล่อ ของนิติบุคคลอาคารชุด บริษัทที่รับว่าจ้างดำเนินการจัดการดูแลทรัพย์ส่วนกลาง หรืออาจเกิดจากความประมาทตั้งแต่การก่อสร้างคอนโด ซึ่งในส่วนนี้ต้องอาศัยข้อเท็จจริงพยานหลักฐาน เป็นสำคัญ ซึ่งต้องพิจารณาว่า ตั้งแต่ เมื่อฝนเริ่มตั้งเค้า และตกลงมา นิติบุคคล มีการป้องกันอย่างไร การเตรียมการป้องกันทำหรือไม่ การประเมินสถานการณ์มีความล่าช้า เกินไปหรือไม่ การแจ้งเตือน แผนรับมือกับสถานการณ์ต่างๆมีหรือไม่ เพราะอะไรก็เพราะเวลาฝนตกไม่ว่าในฤดูกาล หรือนอกฤดูกาล มีการแจ้งเตือนจากกรมอุตุ หรือไม่มีก็ตามแต่ ใน กทม หรือต่างจังหวัด เวลาฝนตก ไม่ใด้ท่วมทันทีทันใด ต้องอาศัยการตกสะสม ปริมาณน้ำถึงจะสูงขึ้น มีเวลาในการป้องกัน คนที่เกี่ยวข้องต้องรู้และสังเกตุได้ เพราะเชื่อว่าเจ้าของร่วมอาคารชุดทุกคนคงจะไม่ทราบมาก่อนว่าน้ำจะท่วมลานจอดรถชั้นใต้ดิน รู้เพียงแค่จ่ายค่าส่วนกลางทุกๆเดือนทุกๆปี เขาต้องได้รับความสะดวกสบาย ปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน เพราะถ้ารู้ว่าท่วมจะไม่ซื้อคอนโดโครงการนี้แน่นอน และโครงการคอนโดก็จะไม่มีใครบอกด้วยว่าน้ำจะท่วมลานจอดรถนะ เพราะอาจทำให้ไม่มีผู้ซื้อ

ดังนั้น ถ้าพิสูจน์ได้ว่าเหตุที่น้ำท่วมเกิดจากความประมาทเลินเล่อของนิติบุคคลอาคารชุด นิติบุคคลอาคารชุด บริษัทรับจ้างดูแลทรัพย์ส่วนกลาง บริษัทประกันภัย ก็ต้องร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้เสียหาย ส่วนโครงการนั้นถ้าส่งมอบงานให้กับนิติบุคคลอาคารชุดแล้วก็ไม่ต้องร่วมรับผิดชอบ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4493/2543
พระราชบัญญัติอาคารชุดฯ ต้องการให้เจ้าของกรรมสิทธิ์ในห้องชุดอันเป็นทรัพย์สินส่วนบุคคลสามารถใช้สิทธิในห้องชุดได้ตามสิทธิของตนแต่ทรัพย์ส่วนกลางถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์รวมระหว่างเจ้าของห้องชุดซึ่งมีไว้เพื่อใช้หรือเพื่อประโยชน์ร่วมกันทั้งกฎหมายและข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุดล้วนกำหนดให้เป็นหน้าที่ของนิติบุคคลอาคารชุดจำเลยที่ 1 ต้องดูแลรักษาทรัพย์สินส่วนกลางของอาคารชุดเมื่อสาเหตุที่น้ำท่วมห้องชุดของโจทก์เพราะน้ำฝนเอ่อล้นจากท่อรับน้ำภายในอาคารชุดเนื่องจากท่อรวมรับน้ำอุดตัน ซึ่งจำเลยที่ 1 มีหน้าที่ดูแลให้ท่อระบายน้ำดังกล่าวระบายน้ำได้ตลอดเวลา แม้โจทก์มิได้นำสืบว่าเหตุใดท่อน้ำจึงอุดตันและจำเลยที่ 1 ได้กระทำอย่างไรกับสิ่งอุดตันนั้นหรือบริเวณที่อุดตันนั้นไม่อาจตรวจพบได้โดยง่าย ก็ถือได้ว่าเป็นการกระทำละเมิดของจำเลยที่ 1 แล้วเพราะจำเลยที่ 1 ได้เก็บเงินค่าดูแลรักษาทรัพย์สินส่วนกลาง แล้วว่าจ้างบริษัทเอกชนที่มีอาชีพในการบริหารอาคารชุดมาทำหน้าที่แทน เมื่อบริษัทดังกล่าวละเว้นหน้าที่โดยประมาทเลินเล่อปล่อยให้ท่อระบายน้ำอุดตันจนน้ำท่วมห้องชุดของโจทก์เช่นนี้ย่อมเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์

วันพุธที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

การเรียกค่าสินไหมกรณีตาย

1.ค่าปลงศพ
2.ค่ารักษาพยาบาล
3.ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้เพราะไม่สามารถประกอบการงานนั้นด้วย
4.ค่าขาดไร้อุปการะตามกฎหมาย
5.ค่าใช้จ่ายอันจำเป็นอย่างอื่นที่เกี่ยวกับงานศพ ตามจำเป็นและสมควร
6.ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการขาดแรงงาน

วันศุกร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ละเมิด

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 420
      ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น

จากหลักกฎหมาย เมื่อมีการทำละเมิดเกิดขึ้น จนทำให้ผู้อื่นเสียหาย ผู้ที่กระทำละเมิดก็ต้องชดใช้ค่าสินไหม เพื่อบรรเทาหรือเยียวยาความเสียหายให้ผู้ถูกกระทำ ซึ่งก็แล้วแต่จะตกลงกัน และเป็นหน้าที่ของผู้ถูกทำละเมิดที่จะต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าเสียหายอย่างไร เพียงใด

วันเสาร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ผิดนัดหนี้อันเกิดจากการละเมิด

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 206
ในกรณีหนี้อันเกิดแต่มูลละเมิดลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดมาแต่เวลาที่ทำละเมิด

จากหลักกฎหมายดังกล่าว คนที่ทำละเมิดต้องรับผิดเสียดอกเบี้ยในค่าเสียหายนับตั้งแต่วันทำละเมิด

วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2558

คำพิพากษาฎีกาที่ 891/2557

คำพิพากษาฎีกาที่ 891/2557

คำกล่าวของจำเลยที่ 1 ตามคำฟ้องที่ว่า "พวกมันมีเหี้ย 7 ตัว " หรือ "มันเป็นสามานย์" แม้เป็นการกล่าวกระทบถึงโจทก์ทั้งเจ็ดแต่ก็ไม่ใช่การนำความเท็จหรือข้อความที่ไม่เป็นความจริงเกี่ยวกับตัวโจทก์ทั้งเจ็ดมากล่าว หากแต่เป็นการด่าโจทก์ทั้งเจ็ดด้วยความรู้สึกเกลียดชังว่าโจทก์ทั้งเจ็ดเป็นคนไม่ดี โดยเปรียบเทียบเหมือนสัตว์ซึ่งไม่ใช่เป็นการนำข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริงมากล่าว จำเลยที่ 1 จึงไม่ได้กล่าวไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง ตาม ป.พ.พ. มาตรา 423 แต่การพูดปราศรัยด้วยถ้อยคำตามฟ้องต่อประชาชนที่มาฟังการชุมนุม ณ ที่เกิดเหตุนั้น ประชาชนที่ฟังย่อมรู้สึกได้ว่าโจทก์ทั้งเจ็ดเป็นคนไม่ดี ไม่เหมาะสม แก่ตำแหน่งประธานสภาหรือสมาชิกเทศบาล อันเข้าลักษณะเป็นการละเมิดต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายตาม ป.พ.พ.มาตรา 420 ซึ่งทำให้โจทก์ทั้งเจ็ดเสียชื่อเสียงอันเป็นสิทธิอย่างหนึ่ง ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งเจ็ดและจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น

วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ฎีกาที่ 2369/2557

คำพิพากษาฎีกาที่ 2369/2557

               นิติบุคคลอาคารชุดจำเลยที่ 3 ไม่มีหน้าที่รักษาทรัพย์ส่วนบุคคลมีเพียงหน้าที่ในการจัดการและดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลางของอาคารชุดที่เกิดเหตุ รวมทั้งมีอำนาจกระทำการใดๆ เพื่อประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ตามข้อบังคับและมติของเจ้าของร่วมตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 มาตรา 4, 17, 33, 36 และ 37 ซึ่งข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุดจำเลยที่ 3 ระบุว่า จำเลยที่ 3 มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการดูแลทรัพย์ส่วนกลางของอาคารชุดและให้มีอำนาจกระทำการใดๆ ตามวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์สูงสุดในการพักอาศัยและการใช้ทรัพย์ส่วนกลางร่วมกัน สัญญาที่จำเลยที่ 3 ว่าจ้างจำเลยที่ 2 รักษาความปลอดภัยก็มีข้อความระบุชัดเจนว่า จำเลยที่ 3 จ้างจำเลยที่ 2 รักษาความปลอดภัยให้แก่บรรดาทรัพย์สินของจำเลยที่ 3 ซึ่งหมายถึงทรัพย์ส่วนกลางของอาคารชุดเท่านั้น จึงไม่รวมไปถึงรถยนต์ซึ่งเป็นทรัพย์ส่วนบุคคลของโจทก์ในความครอบครองของ ส. ด้วย
               แม้ภายหลังจำเลยที่ 3 ทำสัญาว่าจ้างรักษาความปลอดภัยแก่บรรดาทรัพย์สินของจำเลยที่ 3 กับจำเลยที่ 2 แล้ว จำเลยที่ 3 ได้แจ้งระเบียบรักษาความปลอดภัยซึ่งได้มาจากการแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะแนวทางป้องกันการโจรกรรมทรัพย์สินจากคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดและเจ้าของร่วม เช่น การตรวจสอบสติกเกอร์ที่ติดรถยนต์ การรับบัตอนุญาตจอดรถยนต์และการตรวจสอบการขนของเข้าออกอาคารตามระเบียบรักษาความปลอดภัย แต่เป็นเพียงมาตรการให้เกิดความปลอดภัยหรือความสงบเรียบร้อยในอาคารชุด ทั้งเป็นการควบคุมผู้ใช้สอยอาคารจอดรถซึ่งเป็นทรัพย์ส่วนกลางในอาคารชุดมิให้บุคคลภายนอกเข้ามาใช้ หาได้มีความหมายครอบคลุมไปถึงการรักษาความปลอดภัยแก่ทรัพย์ส่วนบุคคลของผู้ใด เพราะไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของจำเลยที่ 3 พฤติการณ์เช่นว่านั้นจึงไม่ก่อให้เกิดหน้าที่ของจำเลยที่ 3 ในอันที่จะต้องดูแลรักษาความปลอดภัยแก่รถยนต์อันเป็นทรัพย์ส่วนบุคคลของผู้เป็นเจ้าของร่วมทั้งสัญญาที่จำเลยที่ 3 ว่าจ้างจำเลยที่ 2 รักษาความปลอดภัยยังมีลักษณะเป็นการทำแทนเพื่อประโยชน์ของเจ้าของร่วมทุกคนในอาคารชุดรวม ทั้ง ส. ผู้ครอบครองรถยนต์ของโจทก์ด้วย เงินที่ใช้ในการว่าจ้างจำเลยที่ 2 ก็มาจากเงินที่เจ้าของร่วมทุกคนชำระเป็นเงินกองทุนและเงินค่าใช้จ่ายส่วนกลาง จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นตัวแทนของเจ้าของร่วมในการว่าจ้างจำเลยที่ 2 รักษาความปลอดภัย จึงไม่มีหน้าที่ต้องรับผิดต่อโจทก์


วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ฎีกาที่ 4571/2556


ฎีกาที่ 4571/2556

จำเลยถืออาวุธปืนติดตัวออกมาบริเวณทางเดินเท้าสาธารณะซึ่งอยู่ติดกับถนน

สาธารณะหลังจากมีปากเสียงกับโจทก์ ประกอบกับจำเลยยังรับข้อเท็จจริงในคดีนี้อีกว่า จำเลยได้

พูดขู่เข็ญโจทก์ว่า มึงอยากตายหรือการกระทำดังกล่าวนับว่าเป็นการกระทำโดยจงใจทำให้

โจทก์เสียหาย เป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๐

แล้ว โจทก์จึงเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยและแม้ว่าจำเลยจะมิได้ยิงอาวุธปืนดังกล่าวก็ตาม แต่การ

ที่จำเลยใช้อาวุธปืนข่มขู่โจทก์เช่นนี้ เป็นการทำให้โจทก์เสียหายแก่ร่างกายและอนามัยของโจทก์

แล้ว เพราะเป็นการทำให้โจทก์ตกใจกลัวเป็นความเสียหายเกี่ยวกับความรู้สึกทางด้านจิตใจ ซึ่ง

เป็นความเสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๖

วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ถูกกระทำละเมิดจนเสียความสามารถในการมองเห็น

ฎีกาที่ 533/2552

เมื่อโจทก์ต้องเสียความสามารถในการมองเห็น เนื่องจากโจทก์เสียตาข้างซ้าย ทำให้ไม่สามารถมองภาพได้ละเอียดและกว้างเท่าคนปกติ ถือว่าเป็นค่าเสียหายอย่างอื่น อันมิใช่ตัวเงินตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 446 วรรคหนึ่ง แห่ง ป.พ.พ. ผู้ทำละเมิดจึงต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายดังกล่าว หาใช่ต้องกำหนดเป็นค่ารักษาพยาบาลไม่และค่าเสียหายที่โจทก์ต้องเสื่อมสุขภาพอนามัยต้องเสียโฉมได้รับความเจ็บปวดทรมานเป็นค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงิน โจทก์มีสิทธิเรียกได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 446 วรรคหนึ่ง

ค่าสินไหมทดแทนกรณีทำให้เขาตาย

1.ค่าปลงศพ
2.ค่าใช้จ่ายอันจำเป็นอย่างอื่นๆ
3.ค่ารักษาพยาบาลก่อนตาย
4.ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ก่อนตาย
5.ค่าขาดไร้อุปการะตามกฎหมาย
6.ค่าขาดแรงงาน

วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

เหตุสุดวิสัย

ฎีกาที่ 15670/2553

เหตุสุดวิสัยตาม ป.พ.พ.มาตรา 8 หมายความว่า เหตุใดๆอันจะเกิดขึ้นก็ดี จะให้ผลพิบัติก็ดี เป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้ แม้ทั้งบุคคลที่ต้องประสบหรือใกล้จะต้องประสบเหตุนั้น จะได้จัดการระมัดระวังตามสมควร อันพึงคาดหมายได้จากบุคคลในฐานะและในภาวะเช่นนั้น การที่ฝนตกในขณะเกิดเหตุเป็นเหตุการณ์ปกติธรรมชาติและย่อมมีผลให้ถนนลื่นกว่าสภาพปกติธรรมดา หากจำเลยที่ 1 เพียงแต่ใช้ความระมัดระวังเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ ก็ย่อมจะสามารถควบคุมรถไม่ให้เกิดความเสียหายเช่นที่เกิดขึ้นได้โดยไม่ยาก กรณีจึงไม่อาจถือว่าเป็ฯเหตุสุดวิสัยที่จะทำให้จำเลยทั้งสองหลุดพ้นความรับผิด

เช่าดาดฟ้าติดป้ายโฆษณา ผู้เช่าต้องรับผิดชอบ

ฎีกาที่ื 2959/2516

ป้ายโฆษณาติดตั้งบนดาดฟ้าตึก ผู้เช่าสถานที่ติดตั้งเป็นผู้ครอบครองป้าย ผู้รับจ้างติดตั้งและผู้ดูแลป้ายไม่ใช้ผู้ครองร่วมด้วย ป้ายที่ตั้งขึ้นไม่ตรงตามแบบแปลนจึงถูกพายุตามธรรมดาพัดพังลงมาทำให้โจทก์เสียหาย ผู้เช่าต้องรับผิด

วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

มอบช้างให้คนอื่นเลี้ยง เจ้าของช้างไม่ต้องรับผิด

ฎีกาที่ 1607/2496

เจ้าของช้างมอบช้างให้บุตรไปดูแลเลี้ยงรักษา และเพื่อรับจ้างลากไม้ โดยเจ้าของช้างไม่ได้เกี่ยวข้องในการเลี้ยงหรือการรับจ้างด้วย บุตรจ้างคนอื่นเลี้ยงช้างอีกต่อหนึ่ง ช้างทำความเสียหายขึ้นโดยละเมิด เจ้าของช้างไม่ต้องรับผิด บุตรผู้เลี้ยงช้างและลูกจ้างเท่านั้นต้องรับผิด

วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ความรับผิดของบิดามารดา ผู้อนุบาล มาตรา 429

มาตรา 429

บิดามารดาของผู้เยาว์และผู้อนุบาลของผู้วิกลจริต ต้องร่วมรับผิดกับผู้เยาว์ หรือผู้วิกลจริตในผลละเมิดที่ผู้เยาว์หรือผู้วิกลจรติได้กระทำ เว้นแต่บิดามารดาหรือผู้อนุบาลจะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้ว

*ต้องเป็นบิดามารดาที่ชอบด้วยกฎหมาย ถ้าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ใช้มาตรา 430

ให้ผู้อื่นยืมรถยนต์ เกิดอุบัติเหตุขึ้น ผู้ให้ยืมไม่ต้องรับผิดร่วม

ฎีกาที่ 5549-5550/2541

การที่ น. รำรถยนต์ที่จำเลยให้ยืมเพื่อไปรับเงินที่จำเลยให้ยืมจากภรรยาจำเลยนั้นมิใช่เป็นการทำแทนจำเลย แต่เป็นการทำเพื่อกิจการและประโยชน์ของ น. เองเท่านั้น น. จึงมิใช่ตัวแทนของจำเลย เมื่อ น. ขับรถยนต์ไปเฉี่ยวกับรถจักรยานยนต์ระหว่างทางที่ไปเอาเงินจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ น. ได้กระไปดังกล่าว

นายจ้างมีสิทธิไล่เบี้ยลูกจ้าง มาตรา 426

ฎีกาที่ 4431/2547

นายจ้างซึ่งได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บุคคลภายนอกตาม ป.พ.พ.มาตรา 426 ชอบที่จะได้รับการชดใช้จากลูกจ้างเฉพาะค่าสินไหมทดแทนที่ได้ใช้ให้แก่บุคคลภายนอกไปเท่านั้น ค่าฤชาธรรมเนียมที่โจทก์ใช้ให้แก่ทายาทผู้ตายเป็นความรับผิดตามคำพิพากษาอันเกิดจากการดำเนินคดีระหว่างโจทก์กับทายาทของผู้ตาย และโจทก์เป็นฝ่ายแพ้คดี จึงไม่ใช่ค่าสินไหมทดแทนอันเป็นผลโดยตรงจากการกระทำละเมิดของจำเลย โจทก์ไม่มีสิทธิไล่เบี้ยให้จำเลยชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมดังกล่าว

ลูกจ้างให้ผู้อื่นขับรถแทน นายจ้างก็ต้องร่วมรับผิด

ฎีกาที่ 2739/2532

            ขณะเกิดเหตุ จำเลยที่ 1 ลูกจ้างและผู้ขับรถของจำเลยที่ 3 ไม่ได้เป็นผู้ขับขี่รถยนต์ของจำเลยที่ 3 ด้วยตนเอง แต่ได้มอบหมายให้จำเลยที่ 2 เป็นผู้ขับขี่รถเพื่อนำไปเก็บ แม้จำเลยที่ 2 จะชับขี่ออกนอกเส้นทางหลังจากชนท้ายรถ ท. ต้องถือว่าจำเลยที่ 1 ให้จำเลยที่ 2 ขับรถแทนตน และอยู่ในความรับผิดชอบของจำเลยที่ 1 และถือว่า ขณะเกิดเหตุ เป็นการกระทำของลูกจ้างของจำเลยที่ 3 ในทางการที่จ้าง จำเลยที่ 1 และที่ 3 ต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ในผลแห่งละเมิดที่จำเลยที่ 2 ได้ก่อให้เกิดขึ้นด้วย
             เมื่อจำเลยที่ 2 ขับรถเฉี่ยวชนท้ายรถของ ท. โดยประมาทเลินเล่อแล้วหลบหนีไป ท.ได้ชับรถตามจำเลยที่ 2 ไปทันทีทันใด เพื่อเจรจาทำความตกลงในเรื่องค่าเสียหายที่จำเลยที่ 2 ได้ก่อให้เกิดขึ้น แต่จำเลยที่ 2 ซึ่งขับรถหนีไปติดสัญญาณไฟแดงไม่ยอมลงมาจากรถมาเจรจาด้วย และขับรถหนีต่อไป ท.จึงกระโดดขึ้นไปเกาะรถที่จำเลยที่ 2 ขับ ทางด้านขวาของคนขับ จำเลยที่ 2 จึงขับรถกระชากอย่างแรงเป็นเหตุให้ ท.ตกลงมาสู่พื้นถนน แล้วถูกรถที่จำเลยที่ 2 ขับทับถึงแก่ความตายนั้นเป็นเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องจากรถเฉี่ยวชนในตอนแรกไม่อาจที่จะแยกการกระทำของจำเลยที่ 2 ออกจากกันได้ กรณีถือได้ว่าเป็นการกระทำอันเกี่ยวเนื่องมาจากการที่จำเลยที่ 1 ใช้ให้จำเลยที่ 2 ขับรถไปเก็บและอยู่ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 1และจำเลยที่ 3 ต้องร่วมรับผิดในความเสียหายที่เกิด
     

วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2558

นายจ้างต้องร่วมรับผิดกับลูกจ้าง

มาตรา 425 นายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิดซึ่งลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้างนั้น

รถหายห้างสรรพสินค้าต้องร่วมรับผิดกับ รปภ.

ฎีกาที่ 11605/2553

พนักงานรักษาความปลอดภัยของจำเลยที่ 1 มอบบัตรจอดรถซึ่งด้านหน้าระบุว่าต้องเสียค่าจอดรถชั่วโมงละ 10 บาท และหากทำบัตรจอดรถหายจะต้องถูกปรับ 200 บาท โดยต้องนำหลักฐานการเป็นเจ้าของรถมาแสดงให้แก่โจทก์ และยินยอมให้โจทก์นำรถเข้าไปจอดในลานจอดรถของห้าง ฯ จำเลยที่ 2 เมื่อคนร้ายลักรถยนต์โดยขับรถฝ่าพนักงานรักษาความปลอดภัยด้วยความเร็วไม่คืนบัตรจอดรถให้ แต่พนักงานรักษาความปลอดภัยไม่ดำเนินการใดๆ เพื่อแจ้งเหตุหรือสกัดจับ กลับรอจนกระทั่งโจทก์กลับมาจึงแจ้งให้ทราบ การกระทำของพนักงานรักษาความปลอดภัยของจำเลยที่ 1 จึงเป็นละเมิด และจำเลยทั้งสองต้องร่วมกับรับผิดชำระค่าทรัพย์สินที่อยู่ภายในรถยนต์ดังกล่าวด้วย เนื่องจากเป็นผลโดยตรงจากการที่จำเลยทั้งสองประมาทเลินเล่อ

ห้างต้องรับผิดร่วมกับ รปภ.

ฎีกาที่ 5259/2551

รถยนต์ของโจทก์ไม่มีบัตรติดรถยนต์เข้าออกอาคารชุดติดหน้ารถยนต์ตามระเบียบของนิติบุคคลอาคารชุดจำเลยที่ 1 พนักงานรักษาความปลอดภัยจะต้องดำเนินการแลกบัตรหรือให้แจ้งชื่อ ที่อยู่ของผู้ขับรถยนต์ที่จะผ่านเข้าออกอาคารชุด คืนเกิดเหตุจำเลยที่ 4 ทำหน้าที่เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยบริเวณป้อมยามของทางเข้าออกอาคารชุด มิได้เรียกให้หยุดรถเพื่อแลกบัตรหรือให้ผู้ขับรถยนต์แจ้งชื่อ ที่อยู่ตามระเบียบ กลับปล่อยให้รถยนต์ของโจทก์แล่นผ่านออกไปอันเป็นเหตุให้รถยนต์สูญหายเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่โดยบกพร่องของจำเลยที่ 4 เป็นการประมาทเลินเล่อกระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นนายจ้างต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 4 

วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2558

หญิงยินยอมร่วมประเวณีกับชาย ไม่เป็นละเมิด

ฎีกาที่ 576/2488

หญิงยินยอมร่วมประเวณีกับชายโดยถูกชายหลอกลวงว่าจะเลี้ยงดูเป็นภริยานั้น ไม่ถือว่าเป็นการละเมิดต่อหญิง หญิงจึงฟ้องเรียกค่าเสียหายไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2567

  คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2567                  โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ให้รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อ หลังจากจำเลยที่ 1 ทำสัญญาได้ชำระค่าเช่าซื้อ...