แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2563

ผู้เช่าซื้อรถยนต์ตาย สัญญาเช่าซื้อระงับหรือไม่

ผู้เช่าซื้อรถยนต์ตาย สัญญาเช่าซื้อระงับหรือไม่
สัญญาเช่าซื้อไม่ใช่สิทธิเฉพาะตัวของผู้เช่าซื้อ ดังนั้น เมื่อผู้เช่าซื้อตาย สัญญาเช่าซื้อไม่ระงับทายาทของผู้เช่าซื้อต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเช่าซื้อ 

วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

การแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคลหรือทรัพย์

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 157 การแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคลหรือทรัพย์สินเป็นโมฆะ
           ความสำคัญผิดตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นความสำคัญผิดในคุณสมบัติ
ซึ่งตามปกติถือว่าเป็นสาระสำคัญ ซึ่งหากมิได้มีความสำคัญผิดดังกล่าวการอันเป็นโมฆียะนั้นคงจะมิได้กระทำขึ้น

วันพุธที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2561

สัญญาให้ที่ดินทำเป็นหนังสือ แต่ไม่ได้จดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน

ในเรื่องการทำสัญญาให้ที่ดินมีโฉนดหรือที่ดิน น.ส.3 ก เป็นหนังสือ แต่ไม่นำไปจดทะเบียน ที่สำนักงานที่ดิน นิติกรรมการให้ที่ดิน จึงไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย ไม่สามารถฟ้องบังคับให้อีกฝ่ายไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ได้
มีคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1931/2537 (ฉบับย่อ)
จำเลยทำหนังสือสัญญาให้ที่ดินโฉนดโดยเสน่หาแก่โจทก์โดยจะนำไปจดทะเบียน ณสำนักงานที่ดินภายใน 7 วันแต่เมื่อการให้ยังไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ นิติกรรมการให้ย่อมไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องบังคับให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทให้แก่โจทก์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2959:2536

ที่มา:www.Deka.co.th

วันเสาร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2560

เจ้าของรวมคนหนึ่งฟ้องขับไล่ผู้เช่า ส่วนเจ้าของรวมอีกคนหนึ่ง ทำสัญญาให้ผู้เช่า เช่าต่อ สัญญาเช่าผูกพันเจ้าของรวมคนอื่นหรือไม่

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1358 วรรคสอง เจ้าของรวมคนใดคนหนึ่งมีสิทธิจัดการได้เสมอโดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของรวมคนอื่น

ตอบ การจัดการทรัพย์สินตามธรรมดาเพื่อรักษาทรัพย์สินเจ้าของรวมคนใดคนหนึ่งมีสิทธิจัดการได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของรวมคนอื่น แต่การทำสัญญาเช่าเป็นการก่อให้เกิดภาระติดพันจึงต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของรวมคนอื่น ตามมาตรา 1361 วรรคสอง  สัญญาเช่าจึงขัดต่อสิทธิเจ้าของรวมคนอื่นไม่ผูกพันเจ้าของคนอื่น เจ้าของรวมคนอื่นมีสิทธิฟ้องขับไล่ผู้เช่าได้


วันอาทิตย์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

การรับช่วงสิทธิของผู้ค้ำประกัน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 229
  การรับช่วงสิทธิย่อมมีขึ้นด้วยอำนาจกฎหมาย และย่อมสำเร็จเป็นประโยชน์แก่บุคคลดังจะกล่าวต่อไปนี้
คือ
1.บุคคลซึ่งเป็นเจ้าหนี้อยู่เอง และมาใช้หนี้ให้แก่เจ้าหนี้อีกคนหนึ่งผู้มีสิทธิจะได้รับใช้หนี้ก่อนตนเพราะเขามีบุริมสิทธิ หรือมีสิทธิจำนำจำนอง
2.บุคคลผู้ได้ไปซึ่งอสังหาริมทรัพย์ใด และเอาเงินราคาค่าซื้อใช้ให้แก่ผู้รับจำนองทรัพย์นั้นเสร็จไป
3.บุคคลผู้มีความผูกพันร่วมกันกับผู้อื่น หรือเพื่อผู้อื่นในอันจะต้องใช้หนี้ มีส่วนได้เสียด้วยในการใช้หนี้นั้น และเข้าใช้หนี้นั้น

จากหลักกฎหมาย ถ้าผู้ค้ำประกันชำระหนี้แทนลูกหนี้ไปแล้ว ก็รับช่วงสิทธิไล่เบี้ยเอาแก่ผู้ค้ำประกันคนอื่นได้ครึ่งนึง และไล่เบี้ยเอากับลูกหนี้ได้ทั้งหมด

หนี้เงินคิดดอกเบี้ยผิดนัดร้อยละ 7.5 ต่อปี






ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ท่านให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดร้อยละเจ็ดกึ่งต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
   ท่านห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัด
   การพิสูจน์ค่าเสียหายอย่างอื่นนอกกว่านั้นท่านอนุญาตให้พิสูจน์ได้

จากหลักกฎหมายดังกล่าว ดอกเบี้ยผิดนัดเรียกได้ร้อยละ 7.5 ต่อปี แต่ถ้าในสัญญาระบุเอาไว้ให้เรียกเกินอัตราดังกล่าว ก็สามารถเรียกได้ตามนั้น แต่ต้องไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนดด้วย

วันเสาร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ผิดนัดหนี้อันเกิดจากการละเมิด

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 206
ในกรณีหนี้อันเกิดแต่มูลละเมิดลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดมาแต่เวลาที่ทำละเมิด

จากหลักกฎหมายดังกล่าว คนที่ทำละเมิดต้องรับผิดเสียดอกเบี้ยในค่าเสียหายนับตั้งแต่วันทำละเมิด

วันศุกร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2560

การเตือนให้ลูกหนี้ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204
ถ้าหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว และภายหลังแต่นั้นเจ้าหนี้ได้ให้คำเตือนลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้ไซร้ ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดเพราะเขาเตือนแล้ว
      ถ้าได้กำหนดเวลาชำระหนี้ไว้ตามปฏิทิน และลูกหนี้มิได้ชำระหนี้ตามกำหนดไซร้ ท่านว่าลูกหนี้ตกเป็นผู้ผิดนัดโดยมิพักต้องเตือนเลย วิธีเดียวกันนี้ท่านให้ใช้บังคับแก่กรณีที่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าก่อนการชำระหนี้ ซึ่งได้กำหนดเวลาลงไว้อาจคำนวณนับได้โดยปฏิทินนับแต่วันที่ได้บอกกล่าว

จากหลักกฎหมายดังกล่าว หากเป็นหนี้ที่กำหนดเวลาการชำระไว้แน่นอน เมื่อไม่ได้ชำระตามกำหนด ถือว่าผิดนัดโดยไม่ต้องเตือน

การซื้อขายสินค้าไม่ได้กำหนดเวลาชำระเงิน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 203
ถ้าเวลาอันจะพึงชำระหนี้นั้นมิได้กำหนดลงไว้ หรือจะอนุมานจากพฤติการณ์ทั้งปวงก็มิได้ไซร้ท่านว่าเจ้าหนี้ย่อมเรียกให้ชำระหนี้ได้โดยพลันและฝ่ายลูกหนี้ก็ย่อมจะชำระหนี้ของตนได้โดยพลันดุจกัน
ถ้าได้กำหนดเวลาไว้ แต่หากกรณีเป็นที่สงสัยท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเจ้าหนี้จะเรียกให้ชำระหนี้ก่อนถึงเวลานั้นหาได้ไม่ แต่ฝ่ายลูกหนี้จะชำระหนี้ก่อนกำหนดก็ได้

ตามหลักกฎหมาย การซื้อขายสินค้า ถ้าไม่ได้กำหนดเวลาอันพึงชำระเงินกันเอาไว้ เจ้าหนี้เรียกให้ชำระเงินได้โดยพลันและลูกหนี้ก็ชำระหนี้ได้โดยพลันดุจกัน สิทธิในการเรียกร้องค่าสินค้าเกิดขึ้นตั้งแต่รับมอบสินค้า

สัญญากู้มิได้กำหนดระยะเวลาชำระเงิน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 203
ถ้าเวลาอันจะพึงชำระหนี้นั้นมิได้กำหนดลงไว้ หรือจะอนุมานจากพฤติการณ์ทั้งปวงก็มิได้ไซร้ท่านว่าเจ้าหนี้ย่อมเรียกให้ชำระหนี้ได้โดยพลันและฝ่ายลูกหนี้ก็ย่อมจะชำระหนี้ของตนได้โดยพลันดุจกัน
ถ้าได้กำหนดเวลาไว้ แต่หากกรณีเป็นที่สงสัยท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเจ้าหนี้จะเรียกให้ชำระหนี้ก่อนถึงเวลานั้นหาได้ไม่ แต่ฝ่ายลูกหนี้จะชำระหนี้ก่อนกำหนดก็ได้

ตามหลักกฎหมาย เมื่อสัญญากู้มิได้กำหนดวันชำระเงินคืน ผู้ให้กู้เรียกให้ผู้กู้ชำระหนี้โดยพลันได้

วันศุกร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2560

การแสดงเจตนาเพราะถูกข่มขู่

การแสดงเจตนาเพราะถูกข่มขู่
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 การแสดงเจตนาเพราะถูกข่มขู่เป็นโมฆียะ
           การข่มขู่ที่จะทำให้การใดตกเป็นโมฆียะนั้นจะต้องเป็นการข่มขู่ที่จะให้เกิดภัยอันไกล้ตะถึง และร้ายแรงถึงขนาดที่จะจูงใจให้ผู้ถูกข่มขู่มีมูลต้องกลัว ซึ่งถ้ามิได้มีการข่มขู่เช่นนั้น การนั้นก็คงจะมิได้กระทำขึ้น

-ถ้าเป็นการขู่ว่าจะใช้สิทธิตามปกตินิยม ไม่ถือเป็นการข่มขู่ เช่น ขู่ว่าจะฟ้องร้องดำเนินคดี เพื่อบังคับชำระหนี้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 380/2523

- การใดที่ตกเป็นโมฆียะ เป็นนิติกรรมที่มีผลสมบูรณ์จนกว่าจะถูกบอกล้าง ตามมาตรา 175 ผู้ถูกข่มขู่บอกล้างเสียได้

วันพุธที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2560

หลักฐานการกู้ยืมเงิน


การกู้ยืมเงินกว่า 2,000 บาท ขึ้นไป ถ้าไม่มีหลักฐานการกู้ยืมเงินเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญจะฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้ 

วันอังคารที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2560

จดทะเบียนสมรสซ้อน ตกเป็นโมฆะ




ประมวลกฎหมายแพ่งมาตรา 1452 ชายหรือหญิงจะทำการสมรสในขณะที่ตนมีคู่สมรสอยู่ไม่ได้

🐰ชายหรือหญิงที่ทำการสมรสในขณะที่ตนมีคู่สมรสอยู่แล้วเป็นการสมรสที่ฝ่าฝืน มาตรา 1452 ทำให้การสมรสเป็นโมฆะ ผู้มีส่วนได้เสียร้องขอให้ศาลพิพากษาว่าการสมรสเป็นโมฆะได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6331-6332/2556
ขณะที่โจทก์จดทะเบียนสมรสกับ จ.(ปี2526) จ. มีคู่สมรสเป็นญิงอื่นอยู่แล้วการสมรสระหว่างโจทก์กับ จ. ย่อมตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ มาตรา 1452 ประกอบมาตรา 1495 ซึ่งความเป็นโมฆะของการสมรสย่อมมีผลไปถึงวันที่โจทก์จดทะเบียนสมรสกับ จ. หาใช่มีผลนับแต่วันที่โจทก์จดทะเบียนหย่ากับ จ. ในปี 2532ไม่ ฉะนั้นขณะที่โจทก์จดทะเบียนสมรสกับผู้ตาย (ปี 2529) ถือไม่ได้ว่าโจทก์ยังมีคู่สมรสอยู่ การสมรสระหว่างโจทก์กับผู้ตายจึงไม่ฝ่าฝืนต่อมาตรา 1452 ย่อมมีผลสมบูรณ์ และโจทก์มีฐานะเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย เมื่อจำเลยจดทะเบียนสมรสกับผู้ตายในปี 2533 โดยโจทก์กับผู้ตายยังเป็นคู่สมรสกันอยู่ การสมรสระหว่างจำเลยกับผู้ตายจึงฝ่าฝืนต่อมาตรา 1452 ย่อมตกเป็นโมฆะตามมาตรา 1495

วันอาทิตย์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2560

จอดรถยนต์ไม่ดับเครื่องยนต์แล้วรถถูกลักไป ประกันต้องจ่ายหรือไม่


จอดรถโดยติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ ถูกลัก บริษัทประกันไม่ต้องจ่าย

จากกรณีที่มีการจอดรถยนต์ โดยติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ ไปทำธุระส่วนตัว แล้วรถยนต์ถูกลักไป บริษัทประกันไม่ต้องจ่ายเงินในความสูญหายของรถยนต์ โดยศาลให้เหตุผลว่า พฤติกรรมของโจทก์ที่จอดรถโดยติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ แล้วลงจากรถ ไปซื้อของเป็นการขาดความระมัดระวังในการใช้ทรัพย์ หากโจทก์ใช้ความระมัดระวังตามสมควร โดยดับเครื่องยนต์และล๊อกประตูรถยนต์ให้เรียบร้อยแล้ว เชื่อว่าคนร้ายไม่สามารถลักรถยนต์ของโจทก์ไปได้โดยง่าย เหตุที่คนร้ายลักรถยนต์ที่จำเลยรับประกันภัยไว้เกิดขึ้นเพราะความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของโจทก์ ซึ่งเป็นผู้เอาประกันภัย จำเลยในฐานะผู้รับประกันภัยจึงไม่ต้องรับผิดในความสูญหายของรถยนต์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 879 วรรคหนึ่ง (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1305/2559)

แต่ถ้ามีการ  ดับเครื่องยนต์ ล๊อกประตู  เรียบร้อยแล้ว หากถูกลักไป ประกันต้องรับผิดในความสูญหายของรถยนต์ 



วันเสาร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2560

หลักกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เนติบัณฑิต

หลักกฎหมายกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  เนติบัณฑิต

ที่ดินแปลงใดเกิดที่งอกริมตลิ่ง ที่งอกย่อมเป็นทรัพย์สินของเจ้าของที่ดินแปลงนั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1308 
สาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้น รวมทรัพย์สินทุกชนิดของแผ่นดินซึ่งใช้เพื่อสาธารณะประโยชน์หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1304
ถ้าวัตถุที่ประสงค์แห่งสัญญานั้น ว่าโดยสภาพหรือโดยเจตนาที่คู่สัญญาได้แสดงไว้ จะเป็นผลสำเร็จได้ก็แต่ด้วยการชำระหนี้ ณ เวลามีกำหนดก็ดี และกำหนดเวลาหรือระยะเวลานั้นได้ล่วงพ้นไปโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมิได้ชำระหนี้ไซร้ ท่านว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญานั้นเสียมิพักต้องบอกกล่าว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 388
และโดยเหตุผิดนัดการชำระหนี้เป็นอันไร้ประโยชน์แก่เจ้าหนี้ เจ้าหนี้ย่อมมีสิทธิบอกปัดไม่รับชำระหนี้และมีสิทธิเรียกค่าสินใหมทดแทนได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 216 
ลูกหนี้ต้องรับผิดชอบในความผิดของตัวแทนแห่งตนกับทั้งของบุคคลที่ใช้ในการกระทำนั้นโดยขนาดเสมอกับว่าเป็นความผิดของตนเอง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 220
บุคคลใดครอบครองหรือควบคุมดูแลยานพาหนะอย่างใดๆอันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล บุคคลนั้นจะต้องรับผิดชอบ เพื่อการเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะนั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 437 วรรคหนึ่ง
ทรัพย์ซึ่งเป็นของเกิดอันตรายได้โดยสภาพ ผู้มีไว้ครอบครองจะต้องรับผิดชอบเพื่อความเสียหายอันเกิดจากทรัพย์นั้น  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 437 วรรคสอง เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายนั้นเกิดเพราะเหตุสุดวิสัยหรือเกิดเพราะความผิดของผู้เสียหายเอง 
เช่าทรัพย์ คือ สัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ให้เช่า ตกลงให้บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้เช่าได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สิน ซึ่งระยะเวลาจำกัด และผู้เช่าตกลงให้ค่าเช่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 537 
ผู้รับโอนย่อมรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนซึ่งมีต่อผู้เช่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 569 วรรคสอง
สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์มีกำหนดกว่า 3 ปีมิได้จดทะเบียนการเช่าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จึงมีผลบังคับเพียง 3 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 538 
การกู้ยืมเงินเกินกว่า 2000 บาท ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 653 วรรคหนึ่ง
อันค้ำประกันจะมีได้แต่เฉพาะเพื่อหนี้อันสมบูรณ์ 
สัญญาค้ำประกันถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่


วันเสาร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2560

กรณีทำสัญญากู้เงินแล้วมอบสมุดบัญชีกับบัตรเอทีเอ็มให้เอาไว้

คำพิพากษาฎีกาที่ 4643/2539
ผู้กู้ทำสัญญากู้เงินโจทก์และมอบสมุดบัญชีเงินฝากและบัตรถอนเงินอัตโนมัติไว้กับโจทก์ โดยมีข้อตกลงให้โจทก์ไปเบิกเงินชำระหนี้เงินกู้ได้ แม้การใช้เงินกู้จะไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคสอง แต่การที่โจทก์ได้รับมอบสิทธิในการถอนเงิน โดยมอบบัตรถอนเงินอัตโนมัติให้โจทก์ไปถอนเงินของผู้กู้จากบัญชีเงินฝากของผู้กู้ ถือว่าเป็นการชำระหนี้อย่างอื่น ซึ่งโจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ได้ยอมรับแล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 321 วรรคแรก

สัญญากู้ไม่ได้กำหนดเวลาชำระเงินต้นคืน


สัญญากู้ยืมเงินไม่ได้กำหนดระยะเวลาชำระเงินต้นกันไว้ ผู้ให้กู้เรียกให้ผู้กู้ชำระหนี้ได้โดยพลัน ผู้กู้ก็สามารถชำระเงินได้โดยพลันเช่นกัน


คำพิพากษาฎีกาที่ 2103/2535
สัญญากู้ไม่ได้กำหนดระยะเวลาชำระต้นเงินคืนไว้ ผู้ให้กู้ย่อมเรียกให้ผู้กู้ชำระเงินได้โดยพลันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 203 และมีอำนาจฟ้องให้ผู้กู้ชำระหนี้โดยไม่ต้องบอกกล่าวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 652 ก่อนก็ได้

วันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ผู้ขายฝากที่ดินสละสิทธิในการไถ่ถอนได้หรือไม่ (ได้)

ฎีกาที่ 861/2515

ผู้ขายฝากกับผู้รับซื้อฝากตกลงกันระงับสิทธิไถ่ถอนการขายฝากโดยผู้รับซื้อฝากยอมยกหนี้เงินกู้รายอื่นนอกจากการขายฝากให้ผู้ขายฝากและให้ผู้ขายฝากทำนาในที่ดินที่ขายฝากโดยไม่คิดค่าเช่าอีก 1 ปี ฝ่ายผู้ขายฝากยอมยกที่พิพาทให้จำเลย ถือว่าผู้ขายฝากสละสิทธิไม่ไถ่ถอนที่ดินคืนแล้วและเป็นสัญญาต่างตอบแทนซึ่งไม่มีแบบของนิติกรรม

วันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ฎีกาที่ 3942/2553 การสำคัญผิดในคุณสมบัติ

ฎีกาที่ 3942/2553 การสำคัญผิดในคุณสมบัติ

ในการตกลงซื้อห้องชุดทั้ง 8 ห้องของโจทก์จากจำเลยนั้น โจทก์มีความประสงค์จะได้ห้องที่อยู่ชั้นบนสุด การที่จำเลยขออนุญาตดัดแปลงอาคารชุดจากที่มีเพียง 27 ชั้น เป็น 30 ชั้น ในภายหลังจากที่โจทก์ทำสัญญาซื้อขายกับจำเลยแล้ว โดยมิได้แจ้งให้โจทก์ทราบ และต่อมาโจทก์ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดดังกล่าวจากจำเลยโดยเข้าใจว่าห้องที่รับโอนมาอยู่ชั้นสูงสุดตามความประสงค์ของโจทก์ที่ทำสัญญาซื้อขายกับจำเลยมาแต่แรก นิติกรรมการโอนห้องชุดดังกล่าวระหว่างโจทก์และจำเลยจึงเป็นการแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในคุณสมบัติของทรัพย์สินซึ่งถือว่าเป็นสาระสำคัญหากโจทก์ทราบว่าห้องชุดที่รับโอนกรรมสิทธิ์มามิใช่ชั้นสูงสุดตามความประสงค์โจทก์คงจะไม่ยอมรับโอน ดังนั้นนิติกรรมการโอนห้องชุดระหว่างโจทก์และจำเลยจึงตกเป็นโมฆียะตาม ป.พ.พ.มาตรา 157 โจทก์มีสิทธิบอกล้างนิติกรรมการโอนได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 176

วันพุธที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2559

การครอบครองปรปักษ์ที่ดินกรรมสิทธิ์ของคนอื่น จะครบ 10 ปี แล้วแต่เจ้าของขายที่ดินเสียก่อน อย่างนี้นับระยะเวลาต่อกับเจ้าของใหม่ได้หรือไม่

การครอบครองปรปักษ์ที่ดิน

ฎีกาที่ 8700/2550

จำเลยทั้งสองครอบครองที่ดินพิพาทตั้งแต่ที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของ ช. เมื่อ ช. ขายที่ดินพิพาทและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่บิดาโจทก์ทั้งห้าก่อนจำเลยทั้งสองครอบครองครบกำหนดสิบปีจำเลยทั้งสองไม่อาจยกการครอบครองดังกล่าวขึ้นยันบิดาโจทก์ทั้งห้าได้การครอบครองที่ดินพิพาทของจำเลยทั้งสองจึงขาดตอนตั้งแต่บิดาโจทก์ทั้งห้าได้รับโอนกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนแล้วจำเลยทั้งสองจะต้องเริ่มนับระยะเวลาครอบครองที่ดินพิพาทใหม่จะนำระยะเวลาที่จำเลยทั้งสองครอบครองที่ดินของ ช. มานับรวมด้วยไม่ได้เมื่อจำเลยทั้งสองครอบครองที่ดินพิพาทหลังจากบิดาโจทก์ทั้งห้าได้กรรมสิทธิ์มายังไม่ครบ สิบปี จำเลยทั้งสองจึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2567

  คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2567                  โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ให้รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อ หลังจากจำเลยที่ 1 ทำสัญญาได้ชำระค่าเช่าซื้อ...