แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นายจ้าง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นายจ้าง แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2562

การลาคลอดบุตร

การลาคลอด

ลูกจ้างหญิงมีครรภ์ลาเพื่อคลอดบุตรได้ครรภ์หนึ่งไม่เกิน 90 วัน โดยนับรวมวันหยุดด้วย
หลักเกณฑ์และเงื่อนไข
ต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนเดือนคลอดบุตร
จ่ายค่าบริการทางการแพทย์เหมาจ่ายกรณีคลอดบุตรให้แก่ผู้ประกันตนในอัตรา 13,000 บาทต่อการคลอดบุตรหนึ่งครั้ง

 สำหรับผู้ประกันตนหญิงมีสิทธิรับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรเหมาจ่ายในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ยเป็นระยะเวลา 90 วัน

สำหรับการใช้สิทธิบุตรคนที่ 3 จะไม่ได้รับสิทธิเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรเหมาจ่ายในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ยเป็นระยะเวลา 90 วัน
กรณีสามีและภรรยาเป็นผู้ประกันตนทั้งคู่ให้ใช้สิทธิในการเบิกค่าคลอดบุตรฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่จำกัดจำนวนบุตร/ครั้ง 

เอกสารประกอบการยื่นคำขอประโยชน์ทดแทน กรณีคลอดบุตร

  1. แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน สปส. 2-01 ผู้ประกันตนกรอกข้อความครบถ้วน พร้อมลงลายมือชื่อผู้ยื่นคำขอ
  2. สำเนาสูติบัตรบุตร 1 ชุด (กรณีคลอดบุตรแฝดให้แนบสำเนาสูติบัตรของคู่แฝดด้วย) 
  3. สำหรับผู้ประกันตนชายให้แนบสำเนาทะเบียนสมรส กรณีไม่ได้จดทะเบียนสมรสให้แนบหนังสือรับรองของผู้ประกันตนกรณีไม่มีทะเบียนสมรส
  4. สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรก ซึ่งมีชื่อและเลขที่บัญชีของผู้ยื่นคำขอมี 11 ธนาคาร ดังนี้
  • 1) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)             
  • 2) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)             
  • 3) ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)             
  • 4) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)             
  • 5) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)             
  • 6) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)             
  • 7) ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)            
  • 8) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย                
  • 9) ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน)           
  • 10) ธนาคารออมสิน            
  • 11) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) 


ที่มา www.sso.go.th

วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561

จ่ายค่าโทรศัพท์ให้ทุกเดือน ถือเป็นค่าจ้าง

คำพิพากษาฎีกาที่ 2873/2557
จำเลยจ่ายค่าโทรศัพท์อัตราเดือนละ 1,000 บาท ในลักษณะเหมาจ่ายเท่ากันทุกเดือน โดยไม่คำนึงว่าโจทก์จะจ่ายเป็นค่าโทรศัพท์หรือไม่ หรือได้ใช้ไปจำนวนมากน้อยเพียงใด ทั้งโจทก์ไม่ต้องแสดงใบเสร็จเป็นหลักฐาน จึงเป็นเงินที่นายจ้างจ่ายเป็นค่าตอบแทนในการทำงานให้แก่ลูกจ้างตามสัญญาจ้างแรงงาน ถือได้ว่าเป็นค่าจ้าง

วันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ชกต่อยกันชั่วครู่ ไม่มีบาดแผล และทำงานกันต่อ เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับไม่ร้ายแรง

คำพิพากษาฎีกาที่ 10452/2546
เหตุชกต่อยระหว่างลูกจ้างเกิดอยู่เพียงชั่วครู่ประมาณ 3 นาที โดยลูกจ้างคนที่หนึ่งถูกลูกจ้างถูกชก 2 ครั้ง ถูกเบ้าตาซ้ายไม่มีบาดแผล หลังเกิดเหตุแล้วยังทำงานล่วงเวลาด้วยกันจนถึง 20 นาฬิกา โดยไม่มีเรื่องอะไรต่อกันอีก เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีไม่ร้ายแรง

คำพิพากษาฎีกาที่ 4320/2546
ลูกจ้างหญิงตบหน้าลูกจ้างหญิงอีกคนหนึ่ง 1 ครั้ง เนื่องจากลูกจ้างหญิงดังกล่าวใช้ไขควงปาใส่แต่ไม่ปรากฎว่าได้รับบาดเจ็บ มิใช่การฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีที่ร้ายแรง

วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ลูกจ้างใช้เวลางานเพื่อประโยชน์ส่วนตัว

ฎีกาที่ 3407/2552

โจทก์ใช้คอมพิวเตอร์ส่วนตัวต่อพ่วงกับอุปกรณ์ของจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างในเวลาทำงานเพื่อทำการค้ากับบคคลภายนอก นอกจากจะเป็นการแสวงหาประโยชน์อันมิชอบจากการใช้กระแสไฟฟ้า โทรศัพท์และอุปกรณ์ของจำเลย เพื่อประโยชน์ส่วนตัวแล้วยังเป็นการเบียดบังเวลาทำงานของจำเลยอีกด้วย ย่อมทำให้จำเลยเสียหายเมื่อจำเลยตักเตือนและสั่งห้ามในที่ประชุมแล้ว โจทก์ยังกระทำเช่นนั้นอีก จนต้องมีการตักเตือนเช่นนั้นถึง 5 ครั้ง ย่อมถือได้ว่าโจทก์ละเลยไม่นำพาคำสั่งเช่นว่านั้นเป็นอาจิณ และเป็นการกระทำอื่นอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริตนอกจากนั้นการกระทำของโจทก์ดังกล่าวยังยากแก่การบังคับบัญชาหากจ้างโจทก์ทำงานต่อไปมีแต่จะทำให้จำเลยเสียหายมากขึ้น จำเลยย่อมมีเหตุผลที่จะไม่ไว้วางใจให้โจทก์ทำงานต่อไป ถือได้ว่าเป็นการเลิกจ้างที่มีเหตุอันสมควรมิใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เจ้าของรถแท็กซี่ต้องร่วมรับผิดกับคนขับแท็กซี่ด้วย

กรณีมีการเช่ารถแท็กซี่มาขับ แล้วเกิดอุบัติเหตุ ใครจะต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนบ้าง ดูฎีกานี้คับ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1627/2544   รถแท็กซี่คันเกิดเหตุมีชื่อจำเลยที่ 2 และหมายเลขโทรศัพท์ ของจำเลยที่2 ปรากฎอยู่ข้างรถ การที่จำเลยที่ 1 นำรถคันดังกล่าวออกมารับส่งผู้โดยสาร ย่อมเป็นการแสดงออกต่อโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกโดยสุจริตว่าจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนเชิดของจำเลยที่ 2 เข้าของรถในการรับจ้างบรรทุกผู้โดยศาล จำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในผลแห่งละเมิดที่เกิดขึ้นตาม ป.พ.พ.มาตรา 427,821

ถือว่าอยู่ในทางการที่จ้าง

  • นายจ้างยินยอมให้ลูกจ้างนำรถไปใช้ในวันหยุด หรือนอกเวลาทำงานได้ เมื่อลูกจ้างขับรถไปในวันหยุด ก็ถือว่าอยู่ในทางการที่จ้าง ฎีกาที่ 1196/2531

  • ในกรณีลูกจ้างมีหน้าที่ขับรถยนต์ ได้ใช้หรือมอบหมายให้ผู้อื่นขับแทน ถือว่าอยู่ในทางการที่จ้างอยู่

  • ลูกจ้างจุดบุหรี่สูบขณะทำงานให้นายจ้าง ไฟจากหัวไม้ขีดกระเด็นไปไหม่ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย ถือเป็นการกระทำในทางการที่จ้าง


วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

การจัดทำข้อบังคับการทำงาน

นายจ้างที่มีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป จะต้องจัดทำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็น
ภาษาไทย อย่างน้อยต้องมี รายละเอียดดังนี้
- วันทำงาน เวลาทำงานปกติ และเวลาพัก
- วันหยุดและหลักเกณฑ์การหยุด
- หลักเกณฑ์การทำงานล่วงเวลา และการทำงานในวันหยุด
- วันและสถานที่จ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด
- วันลาและหลักเกณฑ์การลา
- วินัยและโทษทางวินัย
- การร้องทุกข์
- การเลิกจ้าง ค่าชดเชยและชดเชยพิเศษ
นายจ้างต้องประกาศใช้ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานภายใน 15 วัน นับจากวันที่มีลูกจ้าง
รวมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป
นายจ้างต้องปิดประกาศข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานโดยเปิดเผย ณ สถานที่ ทำงานของ
ลูกจ้างให้ประกาศใช้ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานต่อไปแม้ว่านายจ้างจะมีลูกจ้าง ลดต่ำกว่า
10 คนก็ตาม

ห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างหญิงทำงานต่อไปนี้

ห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างหญิงทำงานต่อไปนี้
- งาน เหมืองแร่หรืองานก่อสร้างที่ต้องทำใต้ดิน ใต้น้ำ ในถ้ำ ในอุโมงค์ หรือปล่องในภูเขา
เว้นแต่ลักษณะของงาน ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือ ร่างกายของลูกจ้างหญิงนั้น
- งานที่ต้องทำบนนั่งร้านที่สูงกว่าพื้นดินตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไป
- งานผลิตหรือขนส่งวัตถุระเบิดหรือวัตถุไวไฟ
- งานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

ข้อยกเว้นนายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

ข้อยกเว้นที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย : ลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยในกรณีใดกรณีหนึ่ง
ดังนี้
- ลูกจ้างลาออกเอง
- ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง
- จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
- ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง
- ฝ่าฝืน ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน หรือระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีที่ร้ายแรง
นายจ้างไม่จำเป็นต้องตักเตือน ซึ่งหนังสือเตือนนั้นให้มีผลบังคับได้ไม่เกิน 1 ปี นับแต่
วันที่ลูกจ้างได้กระทำผิด
- ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 3 วันทำงานติดต่อกัน ไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตาม โดย
ไม่มีเหตุอันสมควร
- ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

การจ่ายค่าชดเชยกรณีเลิกจ้าง

ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชย หากนายจ้างเลิกจ้างโดยลูกจ้างไม่มีความผิด ดังนี้
1. ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี มีสิทธิได้รับค่าชดเชย
เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน
2. ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเท่ากับ
ค่าจ้างอัตราสุดท้าย90 วัน
3. ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 3 ปีแต่ไม่ครบ 6 ปี มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเท่ากับ
ค่าจ้างอัตราสุดท้าย 180 วัน
4. ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี มีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยเท่ากับ
อัตราค่าจ้างสุดท้าย 240 วัน
5. ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 10 ปีขึ้นไป มีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้าง
อัตราสุดท้าย300 วัน

ผู้มีสิทธิได้รับเงินทดแทนกรณีลูกจ้างตาย

ผู้มีสิทธิได้รับเงินทดแทนกรณีลูกจ้างตาย ตามมาตรา 20 พ.ร.บ.เงินทดแทน  พ.ศ.2537

ได้แก่
1.บิดามารดา
2.สามีภรรยา
3.บุตรที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เว้นแต่ยังศึกษาอยู่ในระดับที่ไม่สูงกว่าปริญญาตรี ที่แม้อายุเกิน 18 ปี ก็มีสิทธิได้รับเงินทดแทนได้
4.บุตรที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปี และทุพพลภาพ จิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ
5.บุตรที่เกิดภายใน 310 วัน นับแต่วันที่ลูกจ้างถึงแก่ความตาย
6.ผู้อยู่ในอุปการะของลูกจ้าง กรณีได้รับความเดือดร้อนเพราะขาดอุปการะจากลูกจ้างที่ตายหรือสูญหาย (ไม่จำเป็นต้องเป็นญาติ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2567

  คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2567                  โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ให้รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อ หลังจากจำเลยที่ 1 ทำสัญญาได้ชำระค่าเช่าซื้อ...