การแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรม อันจะมีผลให้นิติกรรมเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ.มาตรา 156 จะต้องเป็นการสำคัญผิดในทรัพย์สินที่จะต้องส่งมอบแก่กันตามสัญญาซื้อขาย โดยการทำสัญญาซื้อขายนั้นถือเอาตัวทรัพย์เป็นสาระสำคัญ การที่ผู้ซื้อรับสินค้าและใช้สินค้าจนกระทั่งชำระค่าสินค้าถึง 9 งวด โดยมิได้ทักท้วงเรื่องยี่ห้อของสินค้า จึงเป็นการซื้อสินค้าโดยมิได้สำคัญผิดในทรัพย์สินซึ่งเป็นวัตถุแห่งนิติกรรมอันเป็นสาระสำคัญ สัญญาซื้อขายไม่ตกเป็นเป็นโมฆะ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ซื้อขาย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ซื้อขาย แสดงบทความทั้งหมด
วันอังคารที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2561
วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
การซื้อขายที่ธรณีสงฆ์
การซื้อขายที่ธรณีสงฆ์ เป็นการซื้อขายที่วัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามโดยชัดแจ้งโดยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 การซื้อขายนั้นตกเป็นโมฆะ
วันศุกร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2560
ซื้อที่ดินสาธารณะประโยชน์
ผู้ที่ซื้อที่ดินโดยรู้อยู่แล้วว่าที่ดินเป็นที่สาธารณะประโยชน์
ผลก็คือ สัญญาซื้อขายที่ดินสาธารณะประโยชน์ตกเป็นโมฆะ และไม่มีสิทธิเรียกเงินที่จ่ายค่าที่ดินคืน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7464/2555
ที่ดินพิพาทเป็นที่สาธารณะประโยชน์จึงเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินซึ่ง ป.พ.พ. มาตรา 1305 บัญญัติว่าทรัพย์สินซึ่งเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินนั้นจะโอนแก่กันมิได้ เว้นแต่อาศัยอำนาจแห่งบทกฎหมายเฉพาะหรือพระราชกฤษฎีกา การที่โจทก์จำเลยทำสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทแก่กัน จึงเป็นการทำนิติกรรมที่มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย สัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์จำเลยย่อมตกเป็นโมฆะตาม ปพพ.มาตรา 150 และมีผลเป็นการเสียเปล่าเท่ากับโจทก์จำเลยมิได้ทำสัญญาซื้อขายกันและต้องคืนทรัพย์สินอันเกิดจากโมฆะกรรมแก่กัน โดยให้นำบทบัญญัติว่าด้วยลาภมิควรได้มาใช้บังคับตาม ปพพ. มาตรา172 แต่การที่โจทก์ชำระราคาที่ดินพิพาทแก่จำเลยตามสัญญาโดยรู้อยู่แล้วว่าที่ดินพิพาทเป็นที่สาธารณะประโยชน์ ถือว่าเป็นการกระทำตามอำเภอใจเหมือนหนึ่งว่าเพื่อชำระหนี้โดยรู้อยู่ว่าตนไม่มีความผูกพันที่จะต้องชำระ ทั้งยังเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมายตาม ปพพ. มาตรา 407 และมาตรา 411 โจทก์จึงไม่มีสิทธิจะได้รับคืนราคาที่ดินที่ชำระแก่จำเลยดังกล่าว
-จากฎีกานี้ ถ้าผู้ซื้อไม่รู้มาก่อนว่าที่ดินเป็นสาธารณะประโยชน์ เรียกเงินที่ชำระไปแล้วคืนได้
วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2558
วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2558
การซื้อขายสินค้ามีกำหนดระยะเวลาชำระเงิน
ฎีกาที่ 808/2533
การซื้อขายสินค้ามีกำหนดระยะเวลาชำระหนี้ไว้ 60 วัน นับแต่วันที่ส่งมอบสินค้า เมื่อจำเลยไม่ชำระหนี้ตามกำหนดย่อมได้ชื่อว่าผิดนัดแล้ว โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่าโจทก์จะได้ทวงถามก่อนแล้วหรือไม่
การซื้อขายสินค้ามีกำหนดระยะเวลาชำระหนี้ไว้ 60 วัน นับแต่วันที่ส่งมอบสินค้า เมื่อจำเลยไม่ชำระหนี้ตามกำหนดย่อมได้ชื่อว่าผิดนัดแล้ว โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่าโจทก์จะได้ทวงถามก่อนแล้วหรือไม่
วันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2557
ครอบครองตามสัญญาจะซื้อจะขาย นานเพียงใดก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์
ผู้ซื้อครอบครองที่ดินโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาซื้อขาย ถือเป็นการครอบครองแทนผู้ขาย ผู้ซื้อครอบครองนานเพียวใดก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครอง ฎีกาที่ 7490/2541
ซื้อขายบ้านอย่างสังหาริมทรัพย์
การซื้อขายบ้าน โดยตกลงรื้อบ้านไป เป็นการซื้อขายอย่างสังหาริมทรัพย์ ไม่ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน ฎีกาที่ 3523/2535 ,114/2499
แบบสัญญาซื้อขาย
การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ เรือที่มีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป แพ และสัตว์พาหนะ ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นตกเป็นโมฆะ (มาตรา 456 วรรค 1)
สัญญาจะขายหรือจะซื้อ หรือคำมั่นในการซื้อขายทรัพย์สินตามวรรคหนึ่ง ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายผู้ต้องรับผิด หรือได้วางมัดจำ หรือชำระหนี้บางส่วนแล้ว จึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้ (มาตรา 456วรรค 2)
สัญญาซื้อขายสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีราคาสองหมื่นบาทขึ้นไป ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายผู้ต้องรับผิด หรือได้วางมัดจำ หรือชำระหนี้บางส่วนแล้ว จึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้ (มาตรา 456 วรรค 3 ประกอบวรรค2)
คำโฆษณาถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาซื้อขาย
ข้อเท็จจริงในบางกรณีถือว่าคำโฆษณาของผู้ขายเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาซื้อขาย ฎีกาที่ 851/2544
กรรมสิทธิ์รถยนต์โอนเมื่อตกลงซื้อขายและชำระราคาครบถ้วน
การซื้อขายรถยนต์ กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ตกเป็นของผู้ซื้อเมื่อได้ตกลงซื้อขายและชำระราคาให้แก่ผู้ขายแล้ว แม้จะไม่ได้จดทะเบียนรถยนต์เปลี่ยนเป็นของผู้ซื้อ เพราะทะเบียนรถยนต์ไม่ใช่หลักฐานแห่งกรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย เป็นเพียวหลักฐานที่กำหนดขึ้นเพื่อความสะดวกในการควบคุมของเจ้าพนักงานเท่านั้น
วันอาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2557
การซื้อขาย คำพิพากษาฎีกาที่ 3522/2545
ฏ.3522/2545 ตามมาตรา 456 วรรคสอง ที่ว่า ได้มีการชำระหนี้บางส่วนแล้ว กฎหมายมุ่งบัญญัติให้ใช้บังคับแก่คู่สัญญาทั้งฝ่ายขายและผู้ซื้อ ดังนั้น หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้ชำระหนี้ส่วนของตนไปแล้ว ก็ย่อมจะเรียกร้องเอาสิทธิที่ตนจะได้รับจากอีกฝ่ายหนึ่งได้ เพราะสัญญาซื้อขายเป็นสัญญาต่างตอบแทน ผู้ขายย่อมมีหนี้ที่ต้องส่งมอบทรัพย์สินที่ขายให้แก่ผู้ซื้อ ส่วนผู้ซื้อก็มีหนี้ที่ต้องใช้ราคาทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ขาย เมื่อโจทก์ผู้ขายได้ส่งมอบสินค้าของตนให้แก่จำเลยซึ่งเป็นฝ่ายผู้ซื้อแล้ว จึงถือได้ว่าโจทก์ได้ชำระหนี้ส่วนของตนแล้ว โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องให้จำเลยชำระราคาสินค้าแก่โจทก์ได้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2567
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2567 โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ให้รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อ หลังจากจำเลยที่ 1 ทำสัญญาได้ชำระค่าเช่าซื้อ...
-
จากข้อเท็จจริง ขาวยิงแดงตายโดยคิดว่าแดงเป็นหมูป่า ซึ่งหลบอยู่หลังพุ่มไม้ แม้ขาวไม่ผิดฐานฆ่าแดงตายโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 เพราะ...
-
คำพิพากษาฎีกาที่ 7460/2556 การต่อเติมและซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้างซึ่งชำรุดทรุดโทรมให้เหมาะแก่การอยู่อาศัยโดยปลอดภัย ไม่ได้เป็นการก่อสร้างขึ้นให...
-
เมื่อโจกท์ต้องการยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ แต่เกิดปัญหา ในกรณีมีการขออนุญาตขยายระยะเวลาอุทธรณ์หรือระยะเวลายื่นคำขออนุญาตอุทธรณ์ แต่...