แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กฎหมาย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กฎหมาย แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ผลของการสร้างโรงเรือนรุกล้ำที่ดินของผู้อื่นโดยสุจริต

ผลของการสร้างโรงเรือนรุกล้ำที่ดินของผู้อื่นโดยสุจริต

ผู้ที่สร้างเป็นเจ้าของโรงเรือนที่สร้างขึ้น แต่ต้องเสียเงินให้แก่เจ้าของที่ดินเป็นค่าใช้ที่ดินและจดทะเบียนสิทธิเป็นภาระจำยอม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1312 วรรคหนึ่ง

วันเสาร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2562

หลักฐานการกู้ยืมเงินไม่ต้องระบุวันเดือนปีที่ทำสัญญาก็ได้

หลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินไม่จำต้องระบุวันเดือนปีที่ทำสัญญา แต่กฎหมายบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๖๕๓ วรรคหนึ่ง บังคับให้ต้องมีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญจึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้ 

วันเสาร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2562

การลาคลอดบุตร

การลาคลอด

ลูกจ้างหญิงมีครรภ์ลาเพื่อคลอดบุตรได้ครรภ์หนึ่งไม่เกิน 90 วัน โดยนับรวมวันหยุดด้วย
หลักเกณฑ์และเงื่อนไข
ต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนเดือนคลอดบุตร
จ่ายค่าบริการทางการแพทย์เหมาจ่ายกรณีคลอดบุตรให้แก่ผู้ประกันตนในอัตรา 13,000 บาทต่อการคลอดบุตรหนึ่งครั้ง

 สำหรับผู้ประกันตนหญิงมีสิทธิรับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรเหมาจ่ายในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ยเป็นระยะเวลา 90 วัน

สำหรับการใช้สิทธิบุตรคนที่ 3 จะไม่ได้รับสิทธิเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรเหมาจ่ายในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ยเป็นระยะเวลา 90 วัน
กรณีสามีและภรรยาเป็นผู้ประกันตนทั้งคู่ให้ใช้สิทธิในการเบิกค่าคลอดบุตรฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่จำกัดจำนวนบุตร/ครั้ง 

เอกสารประกอบการยื่นคำขอประโยชน์ทดแทน กรณีคลอดบุตร

  1. แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน สปส. 2-01 ผู้ประกันตนกรอกข้อความครบถ้วน พร้อมลงลายมือชื่อผู้ยื่นคำขอ
  2. สำเนาสูติบัตรบุตร 1 ชุด (กรณีคลอดบุตรแฝดให้แนบสำเนาสูติบัตรของคู่แฝดด้วย) 
  3. สำหรับผู้ประกันตนชายให้แนบสำเนาทะเบียนสมรส กรณีไม่ได้จดทะเบียนสมรสให้แนบหนังสือรับรองของผู้ประกันตนกรณีไม่มีทะเบียนสมรส
  4. สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรก ซึ่งมีชื่อและเลขที่บัญชีของผู้ยื่นคำขอมี 11 ธนาคาร ดังนี้
  • 1) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)             
  • 2) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)             
  • 3) ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)             
  • 4) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)             
  • 5) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)             
  • 6) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)             
  • 7) ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)            
  • 8) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย                
  • 9) ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน)           
  • 10) ธนาคารออมสิน            
  • 11) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) 


ที่มา www.sso.go.th

วันพุธที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2561

อายุความคดีเช็ค

อายุความคดีเช็ค
ทางอาญา ต้องแจ้งความร้องทุกข์ ภายใน 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินครั้งแรก และเมื่อร้องทุกข์ไว้เรียบร้อยแล้ว จะฟ้องคดีด้วยตนเองต้องฟ้องภายใน 5 ปี นับแต่วันกระทำความผิด ถ้าไม่แจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ ต้องฟ้องคดีด้วยตนเอง ภายใน 3 เดือน นับตั้งแต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน

ทางแพ่ง ต้องฟ้องภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ลงในเช็ค 

วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

การแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคลหรือทรัพย์

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 157 การแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคลหรือทรัพย์สินเป็นโมฆะ
           ความสำคัญผิดตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นความสำคัญผิดในคุณสมบัติ
ซึ่งตามปกติถือว่าเป็นสาระสำคัญ ซึ่งหากมิได้มีความสำคัญผิดดังกล่าวการอันเป็นโมฆียะนั้นคงจะมิได้กระทำขึ้น

วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

ฟ้องนายวงแชร์ (ท้าวแชร์)

ตามพระราชบัญญัติ การเล่นแชร์ พ.ศ.2534 มาตรา 6(3) ประกอบกฎกระทรวง พ.ศ.2534 ห้ามมิให้บุคคลธรรมดาเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ที่มีทุนกองกลางต่อหนึ่งงวดรวมกันทุกวงเป็นมูลค่ามากกว่าสามแสนบาท เป็นการห้ามนายวงแชร์หรือผู้จัดเท่านั้น ถ้านายวงแชร์ไม่ชำระเงิน สมาชิกวงแชร์จะฟ้องคดีเอากับนายวงแชร์หรือผู้จัดให้มีการเล่นแชร์ได้

วันอังคารที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2560

มาตรา 6 พ.ร.บ ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537

มาตรา 6 งานอันมีลิขสิทธ์ตามพระราชบัญญัตินี้ ได้แก่ งานสร้างสรรค์ประเภทวรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ ภาพยนต์ สิ่งบันทึกเสียง งานแพร่เสียงแพร่ภาพ หรืองานอื่นใดในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ ของผู้สร้างสรรค์ไม่ว่างานดังกล่าวจะแสดงออกโดยวิธีหรือรูปแบบอย่างใด

               การคุ้มครองลิขสิทธิ์ไม่คลุมถึงความคิด หรือขั้นตอนกรรมวิธีหรือระบบ หรือวิธีใช้หรือทำงาน หรือแนวความคิด หลักการ การค้นพบ หรือทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์

วันอาทิตย์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2560

จอดรถยนต์ไม่ดับเครื่องยนต์แล้วรถถูกลักไป ประกันต้องจ่ายหรือไม่


จอดรถโดยติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ ถูกลัก บริษัทประกันไม่ต้องจ่าย

จากกรณีที่มีการจอดรถยนต์ โดยติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ ไปทำธุระส่วนตัว แล้วรถยนต์ถูกลักไป บริษัทประกันไม่ต้องจ่ายเงินในความสูญหายของรถยนต์ โดยศาลให้เหตุผลว่า พฤติกรรมของโจทก์ที่จอดรถโดยติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ แล้วลงจากรถ ไปซื้อของเป็นการขาดความระมัดระวังในการใช้ทรัพย์ หากโจทก์ใช้ความระมัดระวังตามสมควร โดยดับเครื่องยนต์และล๊อกประตูรถยนต์ให้เรียบร้อยแล้ว เชื่อว่าคนร้ายไม่สามารถลักรถยนต์ของโจทก์ไปได้โดยง่าย เหตุที่คนร้ายลักรถยนต์ที่จำเลยรับประกันภัยไว้เกิดขึ้นเพราะความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของโจทก์ ซึ่งเป็นผู้เอาประกันภัย จำเลยในฐานะผู้รับประกันภัยจึงไม่ต้องรับผิดในความสูญหายของรถยนต์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 879 วรรคหนึ่ง (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1305/2559)

แต่ถ้ามีการ  ดับเครื่องยนต์ ล๊อกประตู  เรียบร้อยแล้ว หากถูกลักไป ประกันต้องรับผิดในความสูญหายของรถยนต์ 



วันพฤหัสบดีที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2560

กลโกงนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือคอนโด


การโกงเงินของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร หรือ คอนโด
การโกงเงินค่าส่วนกลางหรือเงินอื่นๆของนิติบุคคล ไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร หรือนิติบุคคลอาคารชุด คอนโด สามารถที่จะเกิดการทุจริตกันได้ง่าย ซึ่งคนที่สามารถกระทำการได้ก็อาจจะเป็นเจ้าหน้าที่ของนิติบุคคลเองหรือบุคคลอื่น โดยเฉพาะการรับเงินสดมาจากลูกค้า หรือเจ้าของร่วม พอจะยกตัวอย่างได้เช่น
- การใช้ใบเสร็จปลอม ใบรับเงินชั่วคราว หรือ รับเงินมาแล้วไม่นำเงินเข้าระบบการจัดเก็บของนิติบุคคลบ้างเอาเงินที่ได้ไปหมุนกัน
-การปลอมสำเนาใบเสร็จทำให้ยอดเงินน้อยลง  ทำให้ลูกค้าที่ชำระครบตามจำนวนแล้ว กลับต้องมียอดค้างค่าส่วนกลางกรณีลูกค้าไม่พักอาศัยเป็นประจำ
-การปลอม  ใบ pay-in
-การทุจริตการจัดซื้อจัดจ้าง เช่น การรักษาความปลอดภัย โดยการจ้างบริษัทรักษาความปลอดภัย การดูแลสวน การรักษาความสะอาด จัดจ้างพวกเดียวกันมาทำงาน ในราคาไม่สูงกินค่าหัวรายคน คนละจำนวนบาท ฮั้วกัน
-การปลอมใบเสร็จซื้อของใช้สิ้นเปลือง  การใช้ใบเสร็จที่ไม่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
-เปอร์เซ็นส่วนลดเพิ่มจากการประกันภัยอาคาร



ฯลฯ
หากพบการทุจริตหรือมีหลักฐานว่ากรรมการนิติบุคคลหรือเจ้าหน้าที่ปกปิดข้อมูลก็สามารถให้ชี้แจงข้อมูลทางบัญชีได้ โดยอ่านข้อบังคับของนิติบุคคล อำนาจหน้าที่ต่างๆเพื่อรักษาผลประโยชน์ที่ควรได้และป้องการการทุจริตเงินที่ท่านต้องจ่ายให้กับนิติบุคคล แต่อย่าไปหวังอะไรมากกับบริษัทรับทำบัญชีให้นิติบุคคลเนื่องจากบริษัทเหล่านี้ทำบัญชีแต่ ไม่รวมถึงการตรวจสอบการทุจริต

:ขอรับใบเสร็จ ตรวจสอบใบเสร็จ และเก็บใบเสร็จ หากมีการพิมพ์ผิดพลาดต้องให้แก้ไขต้นฉบับเอกสารใบแจ้งหนี้และสำเนาเอกสารอื่นๆด้วย เพื่อป้องกันนิติบุคคลนำเอกสารไปแก้ไขเอกสารภายหลัง
  

วันศุกร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2560

การจัดประชุมใหญ่สามัญครั้งแรกคอนโด




การจัดประชุมใหญ่สามัญครั้งแรกของคอนโดมิเนียม

ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 
                 ให้ผู้จัดการจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญครั้งแรกภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่ได้จดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุด เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการ และพิจารณาให้ความเห็นชอบข้อบังคับ และผู้จัดการที่จดทะเบียนตามที่ได้ยื่นขอจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดไว้แล้ว 
                   
                   การประชุมใหญ่ต้องมีผู้มาประชุมซึ่งมีเสียงลงคะแนนรวมกันไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของจำนวนเสียงลงคะแนนทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม ในกรณีที่เจ้าของร่วมมาประชุมไม่ครบองค์ประชุม ตามที่กำหนด ให้เรียกประชุมใหม่ ภายใน 15 วัน นับแต่วันเรียกประชุมครั้งก่อน และการประชุมใหญ่ครั้งหลังไม่บังคับว่าจะต้องครบองค์ประชุม 

                    ซึ่งมติเกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้จัดการ หรือถอดถอน ต้องได้รับคะแนนเสียง 1 ใน 4 ของคะแนนเสียงของเจ้าของร่วมทั้งหมด (25%)

                    และคณะกรรมการต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญปีละ 1 ครั้งภายใน 120 วันนับแต่สิ้นปีทางบัญชี ของนิติบุคคลอาคารชุด เพื่อกิจการดังต่อไปนี้ 
1.พิจารณาอนุมัติงบดุล
2.พิจารณารายงานประจำปี
3.แต่งตั้งผู้สอบบัญชี
4.พิจารณาเรื่องอื่นๆ




                                 
     
                   


วันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ข้อหาความผิดเกี่ยวกับ ใบกระท่อม



พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522

ข้อหา ผลิต นำเข้า ส่งออก
มาตรา 75 ผู้ใดผลิต นำเข้า หรือส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 26 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงหนึ่งล้านห้าแสนบาท
          ถ้ายาเสพติดให้โทษ ซึ่งเป็นวัตถุแห่งการกระทำความผิดดังกล่าวมานั้น เป็นพืชกระท่อม ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท


ข้อหา ครอบครอง
มาตรา 76 ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 5 อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 26 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
            ถ้ายาเสพติดให้โทษซึ่งเป็นวัตถุแห่งการกระทำความผิดดังกล่าวมาในวรรคหนึ่งนั้นเป็นพืชใบกระท่อม ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

ข้อหา จำหน่าย หรือครอบครองเพื่อจำหน่าย
มาตรา 76/1 ผู้ใดจำหน่ายหรือมีไว้ครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 26 วรรคหนึ่ง โดยมีจำนวนยาเสพติดให้โทษไม่ถึงสิบกิโลกรัม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงสองแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
            กรณีตามวรรคหนึ่ง ถ้ามียาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตั้งแต่สิบกิโลกรัมขึ้นไปต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงหนึ่งล้านห้าแสนบาท
           ถ้ายาเสพติดให้โทษซึ่งเป็นวัตถุแห่งการกระทำความผิดดังกล่าวมาในวรรคหนึ่งนั้นเป็นพืชกระท่อม ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
          ถ้ายาเสพติดให้โทษซึ่งเป็นวัตถุแห่งการกระทำความผิดดังกล่าวมาในวรรคสองนั้นเป็นพืชกระท่อม ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท






 
 

วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ฎีกาที่ 4001-4002/2548

จำเลยที่ 1 ขายที่ดินพิพาทมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้แก่โจทก์ที่ 1 แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยยอมให้โจทก์ที่ 1 เข้าครอบครองที่ดินพิพาทและจำเลยที่ 1 ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทนับเป็นการสละเจตนาครอบครองและไม่ยึดถือที่ดินพิพาทต่อไป การที่โจทก์ที่ 1 ครอบครองต่อมาและชำระภาษีบำรุงท้องที่ตลอดมาจึงเป็นการยึดถือโดยเจตนาจะยึด โจทก์ที่ 1 ย่อมได้สิทธิครอบครองที่ดินพิพาท แม้ต่อมาจำเลยที่ 1 จะทำนิติกรรมจดทะเบียนขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 และมีชื่อจำเลยที่ 2 เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทก็เป็นเพียงข้อสันนิษฐานเบื้องต้นตามมาตรา 1373 การที่จำเลยที่ 1 ทำสัญญาขายและจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 ในขณะที่จำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทแล้ว แม้จะมีชื่อจำเลยที่ 2 ในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในฐานะผู้รับโอน ก็ไม่ทำให้จำเลยที่ 2 เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท

วันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ฎีกาที่ 3942/2553 การสำคัญผิดในคุณสมบัติ

ฎีกาที่ 3942/2553 การสำคัญผิดในคุณสมบัติ

ในการตกลงซื้อห้องชุดทั้ง 8 ห้องของโจทก์จากจำเลยนั้น โจทก์มีความประสงค์จะได้ห้องที่อยู่ชั้นบนสุด การที่จำเลยขออนุญาตดัดแปลงอาคารชุดจากที่มีเพียง 27 ชั้น เป็น 30 ชั้น ในภายหลังจากที่โจทก์ทำสัญญาซื้อขายกับจำเลยแล้ว โดยมิได้แจ้งให้โจทก์ทราบ และต่อมาโจทก์ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดดังกล่าวจากจำเลยโดยเข้าใจว่าห้องที่รับโอนมาอยู่ชั้นสูงสุดตามความประสงค์ของโจทก์ที่ทำสัญญาซื้อขายกับจำเลยมาแต่แรก นิติกรรมการโอนห้องชุดดังกล่าวระหว่างโจทก์และจำเลยจึงเป็นการแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในคุณสมบัติของทรัพย์สินซึ่งถือว่าเป็นสาระสำคัญหากโจทก์ทราบว่าห้องชุดที่รับโอนกรรมสิทธิ์มามิใช่ชั้นสูงสุดตามความประสงค์โจทก์คงจะไม่ยอมรับโอน ดังนั้นนิติกรรมการโอนห้องชุดระหว่างโจทก์และจำเลยจึงตกเป็นโมฆียะตาม ป.พ.พ.มาตรา 157 โจทก์มีสิทธิบอกล้างนิติกรรมการโอนได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 176

วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับหรือหนังสือบริคณห์สนธิ

การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับหรือหนังสือบริคณห์สนธิ

การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับหรือหนังสือบริคณห์สนธิจะทำได้ต่อเมื่อมีมติพิเศษของที่ประชุมใหญ่

-ตามมาตรา 1145 จำเดิมแต่ได้จดทะเบียนบริษัทแล้ว ท่านห้ามมิให้ ตั้งข้อบังคับขึ้นใหม่ หรือเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงข้อบังคับหรือข้อความใน หนังสือบริคณห์สนธิแต่อย่างหนึ่งอย่างใด เว้นแต่จะได้มีการลงมติพิเศษ

และจะต้องจดทะเบียนภายใน 14 วัน
-ตามมาตรา 1146 บรรดาข้อบังคับอันได้ตั้งขึ้นใหม่ หรือได้เพิ่มเติม เปลี่ยนแปลงนั้น เป็นหน้าที่ของบริษัทที่จะจัดให้ไปจดทะเบียนภายใน กำหนดสิบสี่วันนับแต่วันที่ได้มีการลงมติพิเศษ


หากฝ่าฝืนมีความผิดตามพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ พ.ศ.2499 มาตรา 13 มีความผิดปรับไม่เกินสองหมื่นบาท

วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2559

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 531/2556

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 531/2556

การที่โจทก์ร่วมเข้าเป็นโจทก์ในคดีนี้ ก็เพราะโจทก์ขอให้ศาลชั้นต้นหมายเรียกโจทก์ร่วมเข้ามาในคดีตาม ป.พ.พ.มาตรา 477 และ549 อันเป็นการร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ.มาตรา 57(3) โจทก์ร่วมย่อมมีสิทธิเสมือนหนึ่งว่าตนได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีเรื่องใหม่ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 58 วรรคหนึ่ง หาใช่เป็นการร้องสอดเข้าเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ.มาตรา 57(2) ซึ่งต้องห้ามมิให้โจทก์ร่วมใช้สิทธิอย่างอื่นนอกจากสิทธิที่มีอยู่แก่โจทก์ซึ่งเป็นคู่ความฝ่ายที่ตนเข้าร่วมไม่ ดังนั้่นแม้ฟ้องเดิมโจทก์จะไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์ร่วมก็เข้ามาในคดีได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องในส่วนคดีของโจทก์ร่วมโดยเห็นว่าโจทก์ร่วมไม่มีอำนาจฟ้องตามคดีส่วนของโจทก์และไม่วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยในคดีส่วนของโจทก์ร่วมนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย

วันจันทร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2559

ฎีกาที่ 7114/2557

คำพิพากษาฎีกาที่ 7114/2557

ตามคำฟ้องโจทก์อ้างว่าจำเลยขอยืมโฉนดที่ดินของโจทก์เพื่อนำไปใช้เป็นหลักประกันการกู้ยืมเงินจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครูแต่ต้องให้จำเลยเข้าไปมีชื่อถือกรรมสิทธิ์รวมในโฉนดที่ดินโดยจำเลยมิได้มีเจตนาเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินกับโจทก์ ต่อมาจำเลยนำที่ดินของจำเลยไปจดทะเบียนจำนองเป็นหลักประกันแทนที่ดินของโจทก์ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูจึงมอบโฉนดที่ดินให้แก่จำเลยและอนุมัติให้จำเลยไปไถ่ถอนจำนองได้ แต่จำเลยไม่ไปจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองและโอนกรรมสิทธิ์พร้อมคืนโฉนดที่ดินให้แก่โจทก์ จึงเป็นเรื่องของการฟ้องเพื่อติดตามเอาทรัพย์คืนในฐานะเจ้าของทรัพย์สินที่ได้ให้จำเลยยืมโฉนดที่ดินไปตาม ป.พ.พ.มาตรา 1336 ซึ่งไม่มีกำหนดอายุความ แม้โจทก์จะอ้างว่านิติกรรมที่โจทก์ยินยอมให้จำเลยเข้าถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินเป็นการแสดงเจตนาลวงและเป็นนิติกรรมอำพรางกับมีคำขอให้บังคับให้เพิกถอนนิติกรรมนั้นก็ไม่ใช่เป็นเรื่องฟ้องเพิกถอนการฉ้อฉลซึ่งนิติกรรมใดๆที่จำเลยได้กระทำขึ้นต่อมาหลังจากนั้นโดยรู้อยู่ว่าจะเป็นทางให้โจทก์เสียเปรียบตาม ป.พ.พ.มาตรา 237 อันจะทำให้มีกำหนดอายุความ 1 ปี ตาม ป.พ.พ.มาตรา 240

คำพิพากษาฎีกาที่ 609/2557

คำพิพากษาฎีกาที่ 609/2557

เมื่อจำเลยขอคืนเงินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดไว้ตามหมายบังคับคดีที่สิ้นผลแล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงต้องคืนเงินดังกล่าวแก่จำเลย และแม้จำเลยจะยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาให้ศาลฎีกามีคำสั่งคืนเงินดังกล่าวนั้น เมื่อการเสนอคำร้องขอที่เกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีตามคำพิพากษา ป.วิ.พ. มาตรา 7(2) บัญญัติให้เสนอต่อศาลที่มีอำนาจในการบังคับคดีตามมาตรา 302 และศาลที่มีอำนาจทำคำวินิจฉัยชี้ขาดในเรื่องใดๆอันเกี่ยวด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งตามมาตรา 302 คือศาลที่ได้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีในชั่นต้นการที่ศาลชั้นต้นสอบถามและมีคำสั่งให้คืนเงินแก่จำเลยจึงชอบแล้ว

วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2558

คำพิพากษาฎีกาที่ 671/2557

คำพิพากษาฎีกาที่ 671/2557

ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ดังนี้คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ย่อมเป็นที่สุดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156/1 วรรคสี่ ซึ่งมีผลเท่ากับศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไม่อนุญาตให้ผู้ร้องได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลนั่นเอง ผู้ร้องจึงมีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 กล่าวคือ ต้องนำเงินค่าธรรมเนียมศาลในศาลชั้นต้นมาชำระภายใน 15 วัน การที่ผู้ร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลอีก ซึ่งศาลชั้นต้นได้สั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาตามคำร้องของผู้ร้องมาแล้ว 2 ครั้ง ก่อนหน้าที่จะยกคำร้องในครั้งนี้ และศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำพิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลอันเป็นเรื่องที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำพิพากษาต่อเนื่องจากคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ที่ไม่อนุญาตให้ผู้ร้องได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในกรณีเช่นนี้ย่อมเป็นที่สุดเช่นเดียวกับคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 อันเป็นที่สุดนั้นด้วย ผู้ร้องไม่มีสิทธิฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ต่อมาได้อีก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2567

  คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2567                  โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ให้รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อ หลังจากจำเลยที่ 1 ทำสัญญาได้ชำระค่าเช่าซื้อ...