แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อบรมทนายความ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อบรมทนายความ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ฎีกาที่ 4001-4002/2548

จำเลยที่ 1 ขายที่ดินพิพาทมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้แก่โจทก์ที่ 1 แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยยอมให้โจทก์ที่ 1 เข้าครอบครองที่ดินพิพาทและจำเลยที่ 1 ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทนับเป็นการสละเจตนาครอบครองและไม่ยึดถือที่ดินพิพาทต่อไป การที่โจทก์ที่ 1 ครอบครองต่อมาและชำระภาษีบำรุงท้องที่ตลอดมาจึงเป็นการยึดถือโดยเจตนาจะยึด โจทก์ที่ 1 ย่อมได้สิทธิครอบครองที่ดินพิพาท แม้ต่อมาจำเลยที่ 1 จะทำนิติกรรมจดทะเบียนขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 และมีชื่อจำเลยที่ 2 เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทก็เป็นเพียงข้อสันนิษฐานเบื้องต้นตามมาตรา 1373 การที่จำเลยที่ 1 ทำสัญญาขายและจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 ในขณะที่จำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทแล้ว แม้จะมีชื่อจำเลยที่ 2 ในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในฐานะผู้รับโอน ก็ไม่ทำให้จำเลยที่ 2 เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

การร่างคำฟ้องคดีแพ่ง

การร่างคำฟ้องคดีแพ่ง
ผมจะจำหลักการแบบสั้นๆ แล้วนำข้อเท็จจริงมาปรับใช้เป็นเรื่องๆไป
1.ฐานะโจทก์ นิติบุคคล/บุคคลธรรมดากรณีมีฐานะพิเศษ
2.การมอบอำนาจ (ถ้ามี)ไล่เรียงเป็นลำดับถ้ามีการมอบหลายครั้ง
3.ฐานะของจำเลย นิติบุคคล/บุคคลธรรมดากรณีมีฐานะพิเศษ...
4.ข้อเท็จจริง นิติสัมพันธ์
5.การโต้แย้งสิทธิ
6.ได้รับความเสียหายอย่างไร
7.ให้รับผิดอย่างไร
8.การบอกกล่าวทวงถาม (ถ้ามี)
แยกเป็นข้อๆไป ประมาณ 3-5 ข้อก็พอแล้ว

เอาข้อเท็จจริงในปัญหามาเขียนตามลำดับเหตุการณ์ดูจากวันที่ เรียงความเป็นมาเป็นลำดับจะได้ไม่สับสน และนำไปปรับใช้กับคำฟ้องแพ่งทุกประเภทได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2567

  คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2567                  โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ให้รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อ หลังจากจำเลยที่ 1 ทำสัญญาได้ชำระค่าเช่าซื้อ...