แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปรึกษาทนายฟรี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปรึกษาทนายฟรี แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2567

คำพิพากษาฎีกาที่ 11/2561 บวกโทษ

 คำพิพากษาฎีกาที่ 11/2561 

     ความปรากฎต่อศาลตามคำฟ้องของโจทก์และคำให้การของจำเลยว่า ภายในเวลาที่ศาลรอการลงโทษให้จำเลย จำเลยได้กระทำความผิดคดีนี้อีก และคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นให้ลงโทษจำคุกจำเลย โดยไม่ลงโทษปรับ ไม่คุมความประพฤติจำเลย และไม่รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์จึงต้องนำโทษจำคุกของที่จำเลยที่รอการลงโทษไว้มาบวกเข้ากับโทษของจำเลยคดีนี้ด้วย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 วรรคแรก

วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

คนล้มละลายทำสัญญากู้ยืมเงิน

บุคคลล้มละลายทำสัญญากู้ยืมเงินในขณะที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว
สัญญากู้ยืมเงินนั้นตกเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 150

วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ฎีกาที่ 4001-4002/2548

จำเลยที่ 1 ขายที่ดินพิพาทมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้แก่โจทก์ที่ 1 แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยยอมให้โจทก์ที่ 1 เข้าครอบครองที่ดินพิพาทและจำเลยที่ 1 ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทนับเป็นการสละเจตนาครอบครองและไม่ยึดถือที่ดินพิพาทต่อไป การที่โจทก์ที่ 1 ครอบครองต่อมาและชำระภาษีบำรุงท้องที่ตลอดมาจึงเป็นการยึดถือโดยเจตนาจะยึด โจทก์ที่ 1 ย่อมได้สิทธิครอบครองที่ดินพิพาท แม้ต่อมาจำเลยที่ 1 จะทำนิติกรรมจดทะเบียนขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 และมีชื่อจำเลยที่ 2 เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทก็เป็นเพียงข้อสันนิษฐานเบื้องต้นตามมาตรา 1373 การที่จำเลยที่ 1 ทำสัญญาขายและจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 ในขณะที่จำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทแล้ว แม้จะมีชื่อจำเลยที่ 2 ในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในฐานะผู้รับโอน ก็ไม่ทำให้จำเลยที่ 2 เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท

วันศุกร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2559

วิธีการบอกกล่าว

วิธีการบอกกล่าว

มาตรา 1175 วรรคหนึ่ง คำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ให้ลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อยหนึ่งคราวก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน และส่งทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังผู้ถือหุ้นทุกคนที่มีชื่อในทะเบียนของบริษัทก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน เว้นแต่เป็นคำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่เพื่อลงมติพิเศษ ให้กระทำการดังว่านั้นก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่าสิบสี่วัน

วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

การเพิ่มทุน

การเพิ่มทุน

1.เพิ่มทุนโดยการออกหุ้นใหม่ มาตรา 1220 บริษัทจำกัดอาจเพิ่มทุนของบริษัทขึ้นได้ด้วยออกหุ้นใหม่โดยมติพิเศษของที่ประชุมผู้ถือหุ้น

2.ต้องมีมติพิเศษของที่ประชุมใหญ่

3.บรรดาหุ้นที่ออกใหม่ ต้องเสนอให้แก่ผู้ถือหุ้นทั้งหลายตามส่วนจำนวนหุ้นที่เขาถือ มาตรา 1222 วรรคหนึ่ง

วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2558

คำพิพากษาฎีกาที่ 609/2557

คำพิพากษาฎีกาที่ 609/2557

เมื่อจำเลยขอคืนเงินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดไว้ตามหมายบังคับคดีที่สิ้นผลแล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงต้องคืนเงินดังกล่าวแก่จำเลย และแม้จำเลยจะยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาให้ศาลฎีกามีคำสั่งคืนเงินดังกล่าวนั้น เมื่อการเสนอคำร้องขอที่เกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีตามคำพิพากษา ป.วิ.พ. มาตรา 7(2) บัญญัติให้เสนอต่อศาลที่มีอำนาจในการบังคับคดีตามมาตรา 302 และศาลที่มีอำนาจทำคำวินิจฉัยชี้ขาดในเรื่องใดๆอันเกี่ยวด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งตามมาตรา 302 คือศาลที่ได้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีในชั่นต้นการที่ศาลชั้นต้นสอบถามและมีคำสั่งให้คืนเงินแก่จำเลยจึงชอบแล้ว

วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2558

เขตอำนาจศาล

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1184/2556

โจทก์กับจำเลยทั้งสามมุ่งจะทำสัญญาเป็นหนังสือระหว่างกัน ย่อมถือได้ว่าสถานที่ที่โจทก์ลงชื่อเป็นคู่สัญญาในฐานะผู้ขายเป็นสถานที่ที่มูลคดีเกิดอีกแห่งหนึ่งด้วย ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำนาจศาลชั้นต้น โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสามต่อศาลชั้นต้นได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 4(1) และมาตรา 5

วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2558

คำพิพากษาฎีกาที่ 7460/2556

คำพิพากษาฎีกาที่ 7460/2556

การต่อเติมและซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้างซึ่งชำรุดทรุดโทรมให้เหมาะแก่การอยู่อาศัยโดยปลอดภัย ไม่ได้เป็นการก่อสร้างขึ้นใหม่ เมื่อคำนึงถึงค่าแรงและค่าวัสดุก่อสร้างที่ใช้แล้วไม่ใช่เป็นการซ่อมแซมใหญ่ การที่จำเลยปรับปรุงสิ่งปลูกสร้างจึงเป็นการกระทำขึ้นเพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการใช้สอยทรัพย์สินที่เช่าจากโจทก์ร่วม ไม่มีลักษณะเป็นสัญญาต่างตอบแทนพิเศษยิ่งกว่าการเช่าธรรมดาที่จะทำให้จำเลยมีสิทธิยิ่งไปกว่าการเช่าได้เมื่อโจทก์ร่วมผู้ให้เช่าและโจทก์ผู้รับโอนทรัพย์สินที่เช่าไม่ประสงค์ให้จำเลยเช่าต่อหลังจากสัญญาเช่าครบกำหนด โดยมีหนังสือแจ้งให้จำเลยออกจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพร้อมให้รื้อถอนส่วนที่ต่อเติมออกไปเมื่อครบกำหนดการเช่าแล้ว จำเลยจึงไม่มีสิทธิอยู่ในที่ดินพิพาท
           แม้ขณะโจทก์ร่วมประสงค์จะขายที่ดินได้แจ้งให้จำเลยทราบโดยให้จำเลยเป็นผู้มีสิทธิซื้อก่อนก็เป็นเพียงการเปิดโอกาสให้จำเลยในฐานะผู้เช่า ไม่ใช่ข้อผูกมัดว่าโจทก์ร่วมต้องปฏิบัติตามทั้งคำมั่นในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ กฎหมายบังคับให้ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อฝ่ายผู้ต้องรับผิดหรือได้วางประจำไว้หรือได้ชำระหนี้บางส่วนแล้วจึงจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 456 วรรคสอง เมื่อเป็นคำมั่นด้วยวาจาจำเลยย่อมไม่อาจบังคับให้โจทก์ร่วมโอนขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยได้ แม้โจทก์ทราบข้อตกลงเช่นว่านั้นก็ถือไม่ได้ว่าการโอนขายที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์ร่วมกับโจทก์เป็นไปโดยไม่สุจริต นิติกรรมการซื้อขายจึงเป็นไปโดยชอบ ไม่อาจเพิกถอนได้

คำพิพากษาฎีกาที่ 891/2557

คำพิพากษาฎีกาที่ 891/2557

คำกล่าวของจำเลยที่ 1 ตามคำฟ้องที่ว่า "พวกมันมีเหี้ย 7 ตัว " หรือ "มันเป็นสามานย์" แม้เป็นการกล่าวกระทบถึงโจทก์ทั้งเจ็ดแต่ก็ไม่ใช่การนำความเท็จหรือข้อความที่ไม่เป็นความจริงเกี่ยวกับตัวโจทก์ทั้งเจ็ดมากล่าว หากแต่เป็นการด่าโจทก์ทั้งเจ็ดด้วยความรู้สึกเกลียดชังว่าโจทก์ทั้งเจ็ดเป็นคนไม่ดี โดยเปรียบเทียบเหมือนสัตว์ซึ่งไม่ใช่เป็นการนำข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริงมากล่าว จำเลยที่ 1 จึงไม่ได้กล่าวไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง ตาม ป.พ.พ. มาตรา 423 แต่การพูดปราศรัยด้วยถ้อยคำตามฟ้องต่อประชาชนที่มาฟังการชุมนุม ณ ที่เกิดเหตุนั้น ประชาชนที่ฟังย่อมรู้สึกได้ว่าโจทก์ทั้งเจ็ดเป็นคนไม่ดี ไม่เหมาะสม แก่ตำแหน่งประธานสภาหรือสมาชิกเทศบาล อันเข้าลักษณะเป็นการละเมิดต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายตาม ป.พ.พ.มาตรา 420 ซึ่งทำให้โจทก์ทั้งเจ็ดเสียชื่อเสียงอันเป็นสิทธิอย่างหนึ่ง ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งเจ็ดและจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น

วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2558

นายจ้างมีสิทธิไล่เบี้ยลูกจ้าง มาตรา 426

ฎีกาที่ 4431/2547

นายจ้างซึ่งได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บุคคลภายนอกตาม ป.พ.พ.มาตรา 426 ชอบที่จะได้รับการชดใช้จากลูกจ้างเฉพาะค่าสินไหมทดแทนที่ได้ใช้ให้แก่บุคคลภายนอกไปเท่านั้น ค่าฤชาธรรมเนียมที่โจทก์ใช้ให้แก่ทายาทผู้ตายเป็นความรับผิดตามคำพิพากษาอันเกิดจากการดำเนินคดีระหว่างโจทก์กับทายาทของผู้ตาย และโจทก์เป็นฝ่ายแพ้คดี จึงไม่ใช่ค่าสินไหมทดแทนอันเป็นผลโดยตรงจากการกระทำละเมิดของจำเลย โจทก์ไม่มีสิทธิไล่เบี้ยให้จำเลยชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมดังกล่าว

ผู้รับจ้างฟ้องผู้ว่าจ้างผิดสัญญาจ้างทำของ

ฎีกาที่ 6314/2550

เมื่อโจทก์ทำงานงวดที่สองชำรุดบกพร่องไม่ถูกต้องตามสัญญาจ้าง และจำเลยได้ให้โจทก์แก้ไขให้เรียบร้อยก่อนแต่โจทก์เพิกเฉยไม่ยอมแก้ไข โจทก์จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์ไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาและเรียกค่าเสียหายจากจำเลย แต่อย่างไรก็ตาม สัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยถือว่าเป็นการเลิกกันโดยปริยาย สัญญาจ้างเหมาก่อสร้างระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นสัญญาจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 ขณะเดียวกันก็เป็นสัญญาต่างตอบแทน เมื่อสัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยเลิกกันแล้วโจทก์และจำเลยต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งกับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิมตาม ป.พ.พ. มาตรา 391 วรรคหนึ่ง แต่เนื่องจากโจทก์ได้ทำงานงวดที่สองให้จำเลยเสร็จแล้วจึงไม่อาจให้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิมได้ กรณีต้องบังคับตามมาตรา 391 วรรคสาม จำเลยต้องใช้เงินค่าก่อสร้างในงวดที่สองให้แก่โจทก์แทน จำเลยไม่มีสิทธิงดจ่ายค่าจ้างเสียทั้งหมด เมื่องานของโจทก์มีสิ่งบกพร่องและจำเลยได้บอกกล่าวให้โจทก์แก้ไขสิ่งบกพร่องให้เป็นไปตามสัญญา แต่โจทก์ไม่ดำเนินการ จำเลยชอบที่จะว่าจ้างบุคคลภายนอกทำการแก้ไขสิ่งบกพร่องดังกล่าวได้ โดยโจทก์จะต้องออกค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 594 และจำเลยมีสิทธิหักค่าใช้จ่ายเท่าที่เสียไปจากค่าจ้างของงานงวดที่สองเท่านั้น
เหตุที่โจทก์ทำงานบกพร่องเนื่องจากจำเลยขอเปลี่ยนแบบ ขยายห้องนอนให้กว้างขึ้น ใช้วัสดุผิดจากแบบแปลน ทำให้โครงเหล็กรับน้ำหนักมากกว่าแบบทำให้โค้งงอ จำเลยต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบในความบกพร่องดังกล่าวด้วย และเมื่อปรากฏว่าจำเลยยังไม่ได้ว่าจ้างบุคคลใดให้ทำการแก้ไขข้อบกพร่องดังกล่าว ศาลชั้นต้นจึงกำหนดค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างบุคคลภายนอกแก้ไขข้อบกพร่องตามความเหมาะสมได้


วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2558

นายจ้างต้องร่วมรับผิดกับลูกจ้าง

มาตรา 425 นายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิดซึ่งลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้างนั้น

รถหายห้างสรรพสินค้าต้องร่วมรับผิดกับ รปภ.

ฎีกาที่ 11605/2553

พนักงานรักษาความปลอดภัยของจำเลยที่ 1 มอบบัตรจอดรถซึ่งด้านหน้าระบุว่าต้องเสียค่าจอดรถชั่วโมงละ 10 บาท และหากทำบัตรจอดรถหายจะต้องถูกปรับ 200 บาท โดยต้องนำหลักฐานการเป็นเจ้าของรถมาแสดงให้แก่โจทก์ และยินยอมให้โจทก์นำรถเข้าไปจอดในลานจอดรถของห้าง ฯ จำเลยที่ 2 เมื่อคนร้ายลักรถยนต์โดยขับรถฝ่าพนักงานรักษาความปลอดภัยด้วยความเร็วไม่คืนบัตรจอดรถให้ แต่พนักงานรักษาความปลอดภัยไม่ดำเนินการใดๆ เพื่อแจ้งเหตุหรือสกัดจับ กลับรอจนกระทั่งโจทก์กลับมาจึงแจ้งให้ทราบ การกระทำของพนักงานรักษาความปลอดภัยของจำเลยที่ 1 จึงเป็นละเมิด และจำเลยทั้งสองต้องร่วมกับรับผิดชำระค่าทรัพย์สินที่อยู่ภายในรถยนต์ดังกล่าวด้วย เนื่องจากเป็นผลโดยตรงจากการที่จำเลยทั้งสองประมาทเลินเล่อ

ห้างต้องรับผิดร่วมกับ รปภ.

ฎีกาที่ 5259/2551

รถยนต์ของโจทก์ไม่มีบัตรติดรถยนต์เข้าออกอาคารชุดติดหน้ารถยนต์ตามระเบียบของนิติบุคคลอาคารชุดจำเลยที่ 1 พนักงานรักษาความปลอดภัยจะต้องดำเนินการแลกบัตรหรือให้แจ้งชื่อ ที่อยู่ของผู้ขับรถยนต์ที่จะผ่านเข้าออกอาคารชุด คืนเกิดเหตุจำเลยที่ 4 ทำหน้าที่เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยบริเวณป้อมยามของทางเข้าออกอาคารชุด มิได้เรียกให้หยุดรถเพื่อแลกบัตรหรือให้ผู้ขับรถยนต์แจ้งชื่อ ที่อยู่ตามระเบียบ กลับปล่อยให้รถยนต์ของโจทก์แล่นผ่านออกไปอันเป็นเหตุให้รถยนต์สูญหายเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่โดยบกพร่องของจำเลยที่ 4 เป็นการประมาทเลินเล่อกระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นนายจ้างต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 4 

วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2558

หญิงยินยอมร่วมประเวณีกับชาย ไม่เป็นละเมิด

ฎีกาที่ 576/2488

หญิงยินยอมร่วมประเวณีกับชายโดยถูกชายหลอกลวงว่าจะเลี้ยงดูเป็นภริยานั้น ไม่ถือว่าเป็นการละเมิดต่อหญิง หญิงจึงฟ้องเรียกค่าเสียหายไม่ได้

สัญญาเช่าสิ้นสุดลง แต่ไม่ยอมออก ผู้ให้เช่าตัดน้ำ ตัดไฟได้

ฎีกาที่ 1523/2535

จำเลยไม่ชำระค่าเช่าตามสัญญาและเมื่อครบกำหนดตามสัญญาเช่าจำเลยยังคงครอบครองอู่ที่เช่าโดยไม่มีสิทธิที่จะอ้างได้ตามกฎหมาย เป็นการละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ชอบที่จะตัดไม่ให้จำเลยใช้น้ำประปาเพื่อบรรเทาความเสียหายที่โจทก์ได้รับอยู่ได้ ไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์

แม้สัญญาเช่าที่ดินสิ้นสุดแล้ว พืชไร่ที่ปลูกก็เป็นของผู้เช่า

ฎีกาที่ 17095/2555

โจทก์ทำไร่ปลูกต้นอ้อยโดยอาศัยสิทธิของ ม. ผู้ให้เช่าตามสัญญาเช่าและต้นอ้อยเป็นไม้ล้มลุก จึงไม่เป็นส่วนควบของที่ดิน ทั้งสัญญาเช่าที่ดินระหว่างโจทก์กับ ม. ก็ไม่มีข้อความใดระบุให้ต้นอ้อยหรือตออ้อยเป็นสิทธิของ ม. หลังจากสัญญาเช่าเลิกกัน ดังนั้น การที่ ม.ขายที่ดินให้แก่ ล. ไม่มีผลให้กรรมสิทธิ์ในต้นอ้อยตกไปเป็นของ ล. แม้ ล.เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินก็ไม่มีอำนาจที่จะตัดตออ้อยของโจทก์โดยพลการ จำเลยซึ่งกระทำไปตามคำสั่งของ ล. ต้องรับผิดฐานละเมิดหรือไม่ จำต้องพิจารณาให้ได้ความก่อนว่าความเข้าใจของจำเลยเป็นไปโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อหรือไม่ เมื่อจำเลยทราบดีว่าตออ้อยไม่ใช่ทรัพย์สินของ ล. แม้จะเป็นการกระทำโดยคำสั่งของ ล. เจ้าของที่ดิน ก็ถือได้ว่าเป็นการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของโจทก์โดยไม่มีอำนาจที่จะกระทำได้ตามกฎหมาย เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์และโต้แย้งสิทธิในทรัพย์สินของโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องและจำเลยต้องรับผิดในผลที่เกิดจากการกระทำของตน

วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ใช้เด็กขึ้นขย่มกระท้อน จนได้เรื่อง

ฎีกาที่ 3571/2525

จำเลยใช้ผู้เยาว์อายุ 9 ปีเศษขึ้นขย่มให้ผลกระท้อนหล่นจากต้น โดยงดเว้นมิได้คอยตักเตือนมิให้ผู้เยาว์ทำงานมากเกินไป ผู้เยาว์ขย่มต้นกระท้อนอยู่ครึ่งชั่วโมง เป็นเหตุให้ร่างกายอ่อนเพลีย แขนไม่มีกำลังที่จะยึดเหนี่ยวกิ่งไว้ได้ตกลงมาตาย เป้นการกระทำละเมิดต่อผู้เยาว์และผู้ใช้อำนาจปกครองของผู้เยาว์ด้วย

ผู้เช่ามีหน้าที่แค่ซ่อมแซมเล็กน้อยเท่านั้น

ฎีกาที่ 989/2549

ตามสัญญาเช่ากำหนดให้ผู้เช่าต้องรักษาซ่อมแซมสถานที่เช่ารวมทั้งสิ่งตกแต่งและเครื่องอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยตลอดระยะเวลาเช่าด้วยทุนทรัพย์ของผู้เช่าเองนั้น หมายถึงการบำรุงรักษาตามปกติและซ่อมแซมเล็กน้อยเท่านั้น มิได้กำหนดให้ผู้เช่ามีหน้าที่ต้องซ่อมแซมใหญ่แต่อย่างใด เมื่อได้ความว่าอาคารที่เช่าเสียหายมาก ยากที่จะซ่อมแซมให้กลับคืนได้ ต้องรื้อถอนและปลูกสร้างขึ้นใหม่ และถึงแม้ว่าจะต้องทำการซ่อมแซมโครงสร้างของอาคารกับฐานรากบางส่วนและทำการหล่อเสาเพิ่มขึ้น รวมทั้งซ่อมแซมโครงอาคารภายนอก ส่วนความเสียหายภายในซึ่งมีมากได้รื้อถอนออกแล้วก่อขึ้นใหม่ ความเสียหายดังกล่าวก็เป็นกรณีร้ายแรงต้องซ่อมแซมใหญ่ซึ่งไม่ใช่หน้าที่และความรับผิดของผู้เช่าตาม ป.พ.พ.มาตรา 553 หากแต่เป็นหน้าที่ของผู้ให้เช่าที่จะต้องจัดการซ่อมแซมทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อให้โจทก์ที่ 2 ได้ใช้และได้รับประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ในการเช่า การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงเป็นการละเมิดต่อ ส.เจ้าของอาคารที่โจทก์ที่ 2 เช่า โจทก์ที่ 2 ผู้เช่าไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย

วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2558

การซื้อขายสินค้ามีกำหนดระยะเวลาชำระเงิน

ฎีกาที่ 808/2533

การซื้อขายสินค้ามีกำหนดระยะเวลาชำระหนี้ไว้ 60 วัน นับแต่วันที่ส่งมอบสินค้า เมื่อจำเลยไม่ชำระหนี้ตามกำหนดย่อมได้ชื่อว่าผิดนัดแล้ว โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่าโจทก์จะได้ทวงถามก่อนแล้วหรือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2567

  คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2567                  โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ให้รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อ หลังจากจำเลยที่ 1 ทำสัญญาได้ชำระค่าเช่าซื้อ...