แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทนาย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทนาย แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

เมื่อโจทก์ต้องการยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์คดีผู้บริโภคแต่ศาลไม่อนุญาต

เมื่อโจกท์ต้องการยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ แต่เกิดปัญหาในกรณีมีการขออนุญาตขยายระยะเวลาอุทธรณ์หรือระยะเวลายื่นคำขออนุญาตอุทธรณ์ แต่ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งไม่อนุญาต ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการรีบส่งคำขอและอุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาสั่งโดยเร็ว 
ซึ่งมีขั้นตอนปฏิบัติตามข้อกำหนดของประธานศาลฎีกาว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณา
และการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานคดีในคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ 
ข้อ ๓๐  ในกรณีที่มีการยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องเพื่อขออนุญาตอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามมาตรา ๔๘ ให้ศาลชั้นต้นมีอำนาจตรวจคำขอและอุทธรณ์ และมีคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๘ หากผู้ร้องไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ให้ศาลชั้นต้นรีบส่งคำขอและอุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาสั่งโดยเร็วต่อไป
ในกรณีมีการขออนุญาตขยายระยะเวลาอุทธรณ์หรือระยะเวลายื่นคำขออนุญาตอุทธรณ์ หากศาลชั้นต้นเห็นสมควรอนุญาตให้ขยาย ให้ศาลชั้นต้นสั่งตามที่เห็นสมควร หากจะไม่อนุญาตให้ศาลชั้นต้นดำเนินการตามวรรคหนึ่ง
ข้อ ๓๑  เมื่อศาลชั้นต้นได้รับคำขอตามข้อ ๓๐ แล้วให้รีบส่งสำเนาคำขอพร้อมอุทธรณ์ให้คู่ความอีกฝ่ายทราบและส่งคำขอดังกล่าวพร้อมอุทธรณ์และสำนวนคดีไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาสั่งโดยเร็ว โดยไม่จำต้องรอคำคัดค้านของคู่ความฝ่ายอื่น
ข้อ ๓๒  การพิจารณาคำขอเพื่อขออนุญาตอุทธรณ์ตามข้อ ๓๑ ศาลอุทธรณ์มีดุลพินิจที่จะพิจารณาอนุญาตให้อุทธรณ์ได้เมื่อเห็นว่าเป็นกรณีที่จะกระทบกระเทือนต่อความยุติธรรมหรือประโยชน์ของผู้บริโภคเป็นส่วนรวม
ข้อ ๓๓  เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นสมควรอนุญาตให้อุทธรณ์ ให้มีคำสั่งรับอุทธรณ์ไว้พิจารณาและให้ศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งดังกล่าวให้คู่ความฟัง
จำเลยอุทธรณ์อาจยื่นคำแก้อุทธรณ์ต่อศาลชั้นต้นได้ภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันฟังคำสั่งและภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันที่จำเลยอุทธรณ์ยื่นคำแก้อุทธรณ์ หรือนับแต่ระยะเวลาที่กำหนดไว้สำหรับการยื่นคำแก้อุทธรณ์ได้สิ้นสุดลง ให้ศาลชั้นต้นส่งคำแก้อุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์หรือแจ้งให้ทราบว่าไม่มีคำแก้อุทธรณ์ เมื่อศาลอุทธรณ์ได้รับคำแก้อุทธรณ์หรือแจ้งความเช่นว่าแล้ว ให้นำคดีลงสารบบความโดยพลัน
ในกรณีที่ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้อุทธรณ์ ให้มีคำสั่งยกคำขอและสั่งไม่รับอุทธรณ์แล้วส่งสำนวนความคืนศาลชั้นต้นเพื่อแจ้งให้คู่ความทราบโดยเร็ว

วันศุกร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2559

วิธีการบอกกล่าว

วิธีการบอกกล่าว

มาตรา 1175 วรรคหนึ่ง คำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ให้ลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อยหนึ่งคราวก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน และส่งทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังผู้ถือหุ้นทุกคนที่มีชื่อในทะเบียนของบริษัทก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน เว้นแต่เป็นคำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่เพื่อลงมติพิเศษ ให้กระทำการดังว่านั้นก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่าสิบสี่วัน

วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

หลักทรัพย์ประกัน

หลักทรัพย์ประกัน

*เงินฝาก
*เงินฝากในบัญชีธนาคารโดยมีหนังสือรับรองของธนาคารประกอบสมุดบัญชีเงินฝาก
*พันธบัตร
*ที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์เป็นโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์พร้อมหนังสือรับรองของกรมที่ดินรับรองราคาประเมิน
*ตำแหน่งหน้าที่ราชการตั้งแต่หรือเทียบเท่าระดับ 3 ขึ้นไป
ข้าราชการ
ระดับ 3-5 วงเงิน 60,000 บาท
ระดับ 6-8 วงเงิน 200,000 บาท
ระดับ 9-10 วงเงิน 500,000 บาท
ระดับ 11 วงเงิน 800,000 บาท
ทหาร หรือตำรวจ
ร้อยตรี-ร้อยเอก วงเงิน 60,000 บาท
พันตรี-พันเอก วงเงิน 200,000 บาท
ข้าราชการการเมือง วงเงินไม่เกิน 800,000 บาท ในขณะดำรงตำแหน่งทางการเมือง พร้อมหนังสือรับรองของผู้บังคับบัญชา

วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ค่าขาดประโยชน์เป็นสิทธิเฉพาะตัวของทายาท

คำพิพากษาที่ 6641/2548

                ศ.และโจทก์เป็นบุตรของ ม. คดีก่อน ศ. ฟ้องจำเลยที่ 1 ว่า กระทำละเมิดเป็นเหตุให้ ม. ตาย ขอให้ชดใช้ค่าปลงศพ ค่าขาดไร้อุปการะและค่าเสียหาย ของรถจักรยานยนต์ สำหรับค่าปลงศพและค่าเสียหายของรถจักรยานยนต์เป้นการฟ้องเพื่อประโยชร์ของทายาททุกคนรวมถึงโจทก์ด้วย ดังนี้ ที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ว่ากระทำละเมิดเป็นเหตุให้ ม ตาย ขอให้ชดใช้ค่าปลงศพและค่าเสียหายของรถจักรยานยนต์ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกับคดีก่อน ในขณะคดีก่อนที่ ศ ฟ้องอยู่ระหว่างพิจารณา คดีระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ในเรื่องค่าปลงศพและค่าเสียหายของรถจักรยานยนต์จึงเป็นฟ้องซ้อนตาม ป.วิ.พ.มาตรา 173 วรรคสอง (1) และเมื่อศาลชั้นต้นในคดีก่อนได้มีคำพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าปลงศพและค่าเสียหายของรถจักรยานยนต์แล้ว ฟ้องของโจทก์ในประเด็นดังกล่าวจึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ต้องห้ามตามาตรา 144 ส่วนค่าขาดไร้อุปการะเป็นสิทธิเฉพาะตัวของทายาทแต่ละคนที่ได้รับและตามคำฟ้องคดีก่อน ศ ไม่ได้ฟ้องแทนโจทก์ แม้ต่อมาศาลชั้นต้นจะพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าขาดไร้อุปการะของโจทก์แก่ศ ก็เป็นการพิพากษาโดยไม่ชอบไม่ผูกพันโจทก์ซึ่งมิใช่เป็นคู่ความในคดีดังกล่าว คดีนี้โจทก์จึงฟ้องจำเลยที่ 1 ได้เฉพาะค่าขาดไร้อุปการะเท่านั้น
                 ส่วนฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้รับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ในฐานะ จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของรถยินยอมให้จำเลยที่ 1 ใช้รถในกิจการของจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์ที่จำเลยที่ 1 ขับนั้น ศาลชั้นต้นยังไม่ได้มีคำวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 ต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดในค่าปลงศพ ค่าขาดไร้อุปการะและค่าเสียหายของรถจักรยานยนต์ ของผู้ตายหรือไม่ ทั้งจำเลยที่ 2 และที่ 3 ก็ไม่ได้เป็ฌนคู่ความเดียวกันกับคดีก่อนที่ ศ ฟ้อง จำเลยที่ 1 ดังนี้ คดีโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำตามาตรา 144

วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2567

  คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2567                  โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ให้รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อ หลังจากจำเลยที่ 1 ทำสัญญาได้ชำระค่าเช่าซื้อ...