แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เงินกู้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เงินกู้ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

รับปรึกษา เป็นทนายว่าความสู้คดีซื้อหนี้บัตรเครดิต คดีเงินกู้ คดีรับโอนสิทธิรับซื้อหนี้มาฟ้องคดีเงินกู้ บัตรแครดิต คดีเช่าซื้อทุกประเภท สู้คดีกับบริษัทที่รับโอนสิทธิมาฟ้อง ติดต่อได้เบอร์0858378376

  รับให้คำปรึกษา เป็นทนายว่าความ ทำคำให้การสู้คดีซื้อหนี้บัตรเครดิต คดีเงินกู้ คดีรับโอนสิทธิรับซื้อหนี้มาฟ้องคดีเงินกู้ บัตรแครดิต คดีเช่าซื้อทุกประเภท สู้คดีกับบริษัทที่รับโอนสิทธิมาฟ้อง ติดต่อได้เบอร์0858378376

วันจันทร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2560

เรียกดอกเบี้ยเกินอัตรารวมกับต้นเงินกรอกลงในสัญญากู้

กรณีเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราตามกฎหมายแล้วรวมกับต้นเงินกรอกลงในสัญญากู้
คำพิพากษาฎีกาที่ 2657/2534
จำเลยรู้เห็นยินยอมให้โจทก์เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราตามกฎหมายรวมกับต้นเงินกรอกลงในสัญญากู้ สัญญากู้จึงไม่เป็นเอกสารปลอม การกู้เงินดังกล่าวไม่ผิดกฎหมาย แต่การคิดดอกเบี้ยเป็นความผิดตามกฎหมายต่างหากซึ่งแยกจากกันได้ สัญญากู้ในส่วนต้นเงินจึงไม่เป็นโมฆะ

วันเสาร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2560

กรณีทำสัญญากู้เงินแล้วมอบสมุดบัญชีกับบัตรเอทีเอ็มให้เอาไว้

คำพิพากษาฎีกาที่ 4643/2539
ผู้กู้ทำสัญญากู้เงินโจทก์และมอบสมุดบัญชีเงินฝากและบัตรถอนเงินอัตโนมัติไว้กับโจทก์ โดยมีข้อตกลงให้โจทก์ไปเบิกเงินชำระหนี้เงินกู้ได้ แม้การใช้เงินกู้จะไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคสอง แต่การที่โจทก์ได้รับมอบสิทธิในการถอนเงิน โดยมอบบัตรถอนเงินอัตโนมัติให้โจทก์ไปถอนเงินของผู้กู้จากบัญชีเงินฝากของผู้กู้ ถือว่าเป็นการชำระหนี้อย่างอื่น ซึ่งโจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ได้ยอมรับแล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 321 วรรคแรก

สัญญากู้ไม่ได้กำหนดเวลาชำระเงินต้นคืน


สัญญากู้ยืมเงินไม่ได้กำหนดระยะเวลาชำระเงินต้นกันไว้ ผู้ให้กู้เรียกให้ผู้กู้ชำระหนี้ได้โดยพลัน ผู้กู้ก็สามารถชำระเงินได้โดยพลันเช่นกัน


คำพิพากษาฎีกาที่ 2103/2535
สัญญากู้ไม่ได้กำหนดระยะเวลาชำระต้นเงินคืนไว้ ผู้ให้กู้ย่อมเรียกให้ผู้กู้ชำระเงินได้โดยพลันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 203 และมีอำนาจฟ้องให้ผู้กู้ชำระหนี้โดยไม่ต้องบอกกล่าวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 652 ก่อนก็ได้

วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2559

การโอนที่ดินตีใช้หนี้ ฎีกาที่ 4892/2542









ฎีกาที่ 4892/2542

บ.มารดาโจทก์ได้ยกที่ดินพิพาทตีใช้หนี้เงินกู้ให้แก่จำเลย โดยโจทก์และบุตรอื่นของ บ.รู้เห็นยินยอมด้วย แม้การยกที่ดินพิพาทตีใช้หนี้เงินกู้จะไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคหนึ่งทำให้การได้มาซึ่งที่ดินพิพาทไม่บริบูรณ์ก็ตาม แต่หาเป็นโมฆะเสียเปล่าไม่ การยกที่ดินพิพาทตีใช้หนี้ยังคงใช้บังคับกันได้ระหว่างคู่สัญญา รวมทั้งทายาทหรือผู้สืบสิทธิของคู่สัญญาในฐานะเป็นบุคคลสิทธิ ดังนี้ โจทก์ซึ่งรู้เห็นยินยอมด้วยในการยกที่ดินพิพาทตีใช้หนี้ให้แก่จำเลยและเป็นผู้สืบสิทธิมาจาก บ. จึงไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดิน พิพาท





















วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ฎีกาที่ 1785/2505

ผู้ค้ำประกันทำสัญญาค้ำประกันว่า แม้ลูกหนี้ตายเกิน 1 ปี ผู้ค้ำประกันก็ยังคงรับใช้ต้นเงินกู้และดอกเบี้ยแทน สัญญานี้ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน และไม่เป็นการขยายอายุความ ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดตามสัญญา

วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

สัญญากู้ยืมเงิน


                                                        หนังสือสัญญากู้ยืมเงิน

                                                                                                ทำที่ ..............................................

                                                                                    วันที่         ..................................................

                   หนังสือฉบับนี้ ทำขึ้นระหว่าง ................................................................................................. ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า ผู้กู้ ฝ่ายหนึ่ง กับ.............................................................................. ซึ่งต่อไปในสัญญานี้ จะเรียกว่า ผู้ให้กู้อีกฝ่ายหนึ่ง

                 ทั้งสองฝ่ายตกลงทำสัญญาดังมีข้อความต่อไปนี้  

ข้อ1. ผู้กู้ ได้ยืมเงินจากผู้ให้กู้ไปเป็นเงินจำนวน...........................................บาท(...................................................)และ ผู้กู้ได้รับเงินกู้จำนวนดังกล่าวจาก ผู้ให้กู้ไปถูกต้องครบถ้วนแล้ว  ในขณะทำสัญญากู้ยืมเงินฉบับนี้

 

ข้อ2. ผู้กู้ยินยอมชำระดอกเบี้ยให้แก่ผู้ให้กู้ในอัตราร้อยละ..................................(......................................)ต่อปีโดยกำหนดชำระดอกเบี้ยเป็นรายเดือนภายในวันที่..............ของทุกเดือน ณ.สถานที่อยู่ของผู้ให้กู้

 

ข้อ3.ผู้กู้ให้สัญญาว่าจะชำระหนี้เงินกู้ให้ครบถ้วนภายในวันที่...................................................................................

แต่ทั้งนี้ไม่เป็นการตัดสิทธิของผู้ให้กู้ที่จะเรียกร้องให้ผู้กู้ชำระหนี้เงินกู้ตามสัญญานี้ทั้งหมด หรือแต่บางส่วน ก่อนครบกำหนดเวลาที่กล่าวมาก็ได้ตามแต่ผู้ให้กู้จะเห็นสมควร ผู้กู้สัญญาว่าในกรณีที่ผู้ให้กู้เรียกร้องให้ชำระหนี้เงินกู้ดังกล่าวแล้ว ผู้กู้จะชำระหนี้เงินกู้คืนให้ในทันที

 

ข้อ4. หากผู้กู้ผิดนัด ผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง ผู้ให้กู้มีสิทธิบอกเลิกสัญญาและเรียกเงินกู้คืนทั้งหมดได้ทันที และผู้กู้ยินยอมชดใช้ค่าปรับในอัตราร้อยละ 15(สิบห้า)ต่อปีของหนี้ที่ค้างอยู่เรื่อยไปจนกว่าจะได้ชำระให้ครบถ้วน

                  สัญญานี้ทำขึ้น2 ฉบับ มีข้อความตรงกันคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้อ่านและเข้าใจข้อความในสัญญาฉบับนี้โดยตลอดแล้ว เห็นว่าถูกต้องและตรงตามความประสงค์แล้วจึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานต่อหน้าพยาน และเก็บสัญญาไว้ฝ่ายละฉบับ

                                                                          ลงชื่อ...........................................................ผู้กู้

                                                                          ลงชื่อ...........................................................ผู้ให้กู้

                                                                          ลงชื่อ...........................................................พยาน

                                                                           ลงชื่อ...........................................................พยาน
                                                                                                                                                                     

วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยร้อยละ 20

การให้กู้ยืมเงินนั้น กฎหมายห้ามไม่ให้ผู้ให้กู้ คิดดอกเบี้ยเกิน ร้อยละ 15 ต่อปี ถ้ามีการตกลงทำสัญญากู้กันโดยกำหนดดอกเบี้ยเกินกว่า ร้อยละ 15 ต่อปี ก็ต้องลดลงมาเป็นร้อยละ 15 ต่อปี ถ้าสัญญากู้ยืมเงินไม่ได้ระบุอัตราดอกเบี้ยไว้ หรือดอกเบี้ยตกเป็นโมฆะ เพราะคิดเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ผู้ให้กู้มีสิทธิคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในระหว่างที่ผู้กู้ผิดนัด หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ปพพ.มาตรา 654 ท่านห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยเกินอัตราร้อยละสิบห้าต่อปี ถ้าในสัญญากำหนดดอกเบี้ยเกินกว่านั้น ก็ให้ลดลงมาเป็นร้อยละสิบห้าต่อปี ปพพ.มาตรา 224 หนี้เงินนั้น ท่านให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดร้อยละเจ็ดกึ่งต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น.... คำพิพากษาฎีกาที่ 261/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2567

  คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2567                  โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ให้รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อ หลังจากจำเลยที่ 1 ทำสัญญาได้ชำระค่าเช่าซื้อ...