แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ค่าเสียหาย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ค่าเสียหาย แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ผู้เช่ามีหน้าที่แค่ซ่อมแซมเล็กน้อยเท่านั้น

ฎีกาที่ 989/2549

ตามสัญญาเช่ากำหนดให้ผู้เช่าต้องรักษาซ่อมแซมสถานที่เช่ารวมทั้งสิ่งตกแต่งและเครื่องอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยตลอดระยะเวลาเช่าด้วยทุนทรัพย์ของผู้เช่าเองนั้น หมายถึงการบำรุงรักษาตามปกติและซ่อมแซมเล็กน้อยเท่านั้น มิได้กำหนดให้ผู้เช่ามีหน้าที่ต้องซ่อมแซมใหญ่แต่อย่างใด เมื่อได้ความว่าอาคารที่เช่าเสียหายมาก ยากที่จะซ่อมแซมให้กลับคืนได้ ต้องรื้อถอนและปลูกสร้างขึ้นใหม่ และถึงแม้ว่าจะต้องทำการซ่อมแซมโครงสร้างของอาคารกับฐานรากบางส่วนและทำการหล่อเสาเพิ่มขึ้น รวมทั้งซ่อมแซมโครงอาคารภายนอก ส่วนความเสียหายภายในซึ่งมีมากได้รื้อถอนออกแล้วก่อขึ้นใหม่ ความเสียหายดังกล่าวก็เป็นกรณีร้ายแรงต้องซ่อมแซมใหญ่ซึ่งไม่ใช่หน้าที่และความรับผิดของผู้เช่าตาม ป.พ.พ.มาตรา 553 หากแต่เป็นหน้าที่ของผู้ให้เช่าที่จะต้องจัดการซ่อมแซมทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อให้โจทก์ที่ 2 ได้ใช้และได้รับประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ในการเช่า การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงเป็นการละเมิดต่อ ส.เจ้าของอาคารที่โจทก์ที่ 2 เช่า โจทก์ที่ 2 ผู้เช่าไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย

วันเสาร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2558

โรงพยาบาลไม่รับรักษาคนไข้ เป็นการละเมิด


คำพิพากษาฎีกาที่ 11332/2555
แพ่ง (มาตรา 420)
พ.ร.บ.สถานพยาบาล (มาตรา 36)

น.พยาบาลเวรของโรงพยาบาล พ. ของจำเลย ปฏิเสธไม่ยอมรับ ก.ซึ่งได้รับอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ ชนแผงกั้นเหล็กไว้รักษา ดังนั้น การที่ ก. ได้รับบาดเจ็บจากการที่ ภ. ขับรถจักรยานยนต์ชนแผงเหล็กปากทางเข้าหมู่บ้านเมืองเอก เป็นเหตุให้ ภ.ถึงแก่ความตายในที่เกิดเหตุ ส่วน ก. นอนร้องเอะอะโวยวาย
ในลักษณะเจ็บปวดอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุ 10 เมตร ซึ่ง น. พยานจำเลยก็ยอมรับว่าได้แจ้งให้แพทย์เวรทราบ แพทย์เวรบอกว่าคนไข้อาจมีภาวะเสี่ยง การบอบช้ำของสมองและมีโลหิตออกในสมอง แสดงว่า ก. จะต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที แม้จะไม่ปรากฎบาดแผลร้ายแรงที่มองเห็นจากภายนอก ซึ่งสาเหตุที่ ก. ถึงแก่ความตายได้แก่ กะโหลกศรีษะแตก สมองช่ำจากของแข็งไม่มีคม  ดังนั้น แม้ ม. จะมิได้นำ ก. ส่งโรงพยาบาลอื่นหลังจากออกจากโรงพยาบาล พ. ในทันที โดย ม. นำ ก.ไปถึงโรงพยาบาล ป. ในเวลา 5.30 นาฬิกา แต่ปรากฎว่า ก. ถึงแก่ความตายแล้ว ซึ่งสาเหตุของการล่าช้าดังกล่าวอาจเป็นสาเหตุให้ก . ถึงแก่ความตายด้วยก็ตาม แต่การที่ น. ปฏิเสธไม่รับ ก. เข้ารับการรักษาดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นผลโดยตรงที่ทำให้ ก. ถึงแก่ความตาย จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างของ น. เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล มีหน้าที่ต้องควบคุมและดูแลให้มีการช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ป่วย ซึ่งอยู่ในสภาพอันตรายและจำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยฉุกเฉิน เพื่อให้ผู้ป่วยพ้นจากอันตรายตามมาตรฐานวิชาชีพและตามประเภทของสถานพยาบาลนั้นๆ ตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 มาตรา 36 แต่กลับไม่ควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของลูกจ้างดังกล่าว จึงเป็นการละเมิดต่อโจทก์ทั้งสอง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2567

  คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2567                  โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ให้รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อ หลังจากจำเลยที่ 1 ทำสัญญาได้ชำระค่าเช่าซื้อ...