แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อายุความ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อายุความ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2564

ฎีกา 401/2561

      แม้ผู้ร้องมิได้ร้องขอให้บังคับคดีในคดีที่ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาภายในสิบปี ทำให้สิ้นสิทธิในการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 (เดิม ก็ตาม แต่ทรัพยสิทธิจำนองของผู้ร้องยังคงมีอยู่ซุ่งการบังคับคดีของโจทก์ในคดีนี้ย่อมไม่กระทบกระทั่งถึงบุริมสิทธิจำนองของผู้ร้อง ซึ่งเป็นผู้รับจำนองที่ดินจากจำเลย ศ และ ส ซึ่งชอบที่จะได้เงินที่ขายหรือจำหน่ายทรัพย์สินจำนองในคดีนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่น โดยยื่นคำร้องขอต่อศาลชั้นต้นในคดีนี้เอาเงินที่ได้มานั้นชำระหนี้ตนก่อนเจ้าหนี้รายอื่นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๗ (เดิม) แต่จะบังคับเอาดอกเบี้ยที่ค้างชำระในการจำนองเกินกว่า 5 ปี ไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/27 ประกอบมาตรา 745 และในกรณีที่โจทก์สละสิทธิในการบังคับคดีหรือเพิกเฉยไม่ดำเนินการบังคับคดีภายในเวลาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนด ให้ผู้ร้องดำเนินการบังคับคดีต่อไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 วรรคแปด (เดิม)

วันศุกร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

อายุความเช่าซื้อ

อายุความเช่าซื้อ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 572  อันว่าเช่าซื้อนั้น คือสัญญาซึ่งเจ้าของเอาทรัพย์สินออกให้เช่า และให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้นหรือว่าจะให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่า โดยเงื่อนไขที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจำนวนเท่านั้นเท่านี้คราว
           สัญญาเช่าซื้อนั้นถ้าไม่ทำเป็นหนังสือ ท่านว่าเป็นโมฆะ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (6) เรียกค่าเช่าซื้อค้างชำระ อายุความ 2 ปี
เรียกทรัพย์คืนหรือให้ใช้ราคาแทน อายุความ 10 ปี
เรียกค่าเสียหายกรณีทรัพย์สูญหาย อายุความ 10 ปี
เรียกค่าขาดประโยชน์ หรือ ค่าติดตามทวงถาม อายุความ 10 ปี
เรียกค่าเสียหายจากการใช้ทรัพย์ อายุความ 6 เดือน

วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

อายุความฟ้องทายาทคนตาย 1 ปี

คำพิพากษาฎีกาที่ 5996/2554

ธนาคารโจทก์ สาขาบางขุนเทียนมีหนังสือลงวันที่ 3 ตุลาคม 2538 ถึงธนาคารโจทก์สาขาพัทลุง โดยมีข้อความระบุว่าจำเลยที่ 1 ถึงแก่ความตายแล้วและขอให้ธนาคารโจทก์ สาขาพัทลุง ช่วยคัดสำเนาทะเบียนบ้านของจำเลยที่ 1 เพื่อที่จะดำเนินคดีแก่ทายาทต่อไป ดังนี้แสดงว่า ธนาคารโจทก์ สาขาบางขุนเทียน ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของโจทก์ทราบว่า จำเลยที่ 1 ถึงแก่ความตายแล้ว กรณีจึงถือได้ว่า อย่างช้าในวันที่ 3 ตุลาคม 2538 โจทก์รู้ถึงความตายของจำเลยที่ 1 แล้ว เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองวันที่ 11 ธันวาคม 2540 สิทธิเรียกร้องของโจทก์ต่อกองมรดกของจำเลยที่ 1 จึงขาดอายุความ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสาม โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ให้รับผิดในฐานะผู้ค้ำประกัน จำเลยที่ 2 ย่อมยกข้อต่อสู้ดังกล่าวขึ้นอ้างได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 694

วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2558

ห้ามฟ้องลูกหนี้ที่ตาย เกิน 1 ปี

ตามมาตรา 1754 วรรคสาม ภายใต้บังคับแห่งมาตรา 193/27 แห่งประมวลกฎหมายนี้ ถ้าสิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้อันมีต่อเจ้ามรดกมีกำหนดอายุความยาวกว่าหนึ่งปี มิให้เจ้าหนี้นั้นฟ้องร้องเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปี นับแต่เมื่อเจ้าหนี้ได้รู้ หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก

ดังนั้นเจ้าหนี้ทั้งหลาย เมื่อทราบเรื่องการตายของลูกหนี้ก็ต้องรีบดำเนินการส่งเรื่องฟ้องร้องให้ทันภายใน 1 ปี นับแต่วันรู้ หรือควรรู้ ถึงแม้หนี้จะยังไม่ถึงกำหนดชำระก็ตาม มิฉะนั้นแล้ว อาจเจอลูกหนี้แต่งทนายความต่อสู้คดีเรื่องอายุความเอาได้นะครับ

แต่มีข้อยกเว้นฟ้องเกิน 1 ปีได้ เช่น มีการทำสัญาจำนองเอาไว้ ฟ้องบังคับจำนองได้ครับ

วันอังคารที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2558

การขอขยายระยะเวลาบังคับคดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2278/2526
ระยะเวลา 10 ปี ตามมาตรา 271 เป็นระยะเวลาที่กำหนดไว้ ใน ป.วิ.พ. ศาลมีอำนาจสั่งขยายหรือย่นเข้าได้ตามมาตรา 23 จึงไม่ใช่อายุความฟ้องร้องคดี เพราะอายุความฟ้องร้องคดีนั้น ป.พ.พ.มาตรา 191 บัญญัติว่าผู้ใดหาอาจจะขยายหรือย่นเข้าได้ไม่

วันพุธที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2557

เหตุฟ้องหย่า

เหตุฟ้องหย่า
1.สามีภรรยาอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันสามีภริยาหรือสามีหรือเป็นชู้หรือมีชู้หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ
           -แต่ถ้าอีกฝ่ายรู้เห็นยินยอมด้วยจะมาอ้างเป็นเหตุฟ้องหย่าไม่ได้
           -อายุความฟ้องร้องอาศัยเหตุหย่าตามข้อนี้มีกำหนด 1 ปี นับแต่ผู้กล่าวอ้างรู้หรือควรรู้
2.สามีภริยาประพฤติชั่ว
           -อายุความ 1 ปี
3.สามีหรือภริยาทำร้ายหรือทรมานร่างกายหรือจิตใจ หมิ่นประมาท หรือเหยียดหยามอีกฝ่ายหนึ่ง หรือบุพการีของอีกฝ่ายหนึ่ง
4.สามีหรือภริยาจงใจทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่งไปเกิน 1 ปี
5.สามีหรือภริยาต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเกิน 1 ปี
6.สามีหรือภริยา แยกกันอยู่เกิน 3 ปี
7สามีหรือภริยาไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่ายตามสมควร.

วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

คำพิพากษาฎีกาที่ 2625/2551 บริการเช่าใช้เครื่องวิทยุคมนาคม

คำพิพากษาฎีกาที่ 2625/2551

       โจทก์จัดให้มีบริการเช่าใช้เครื่องวิทยุคมนาคม และอุปกรณ์โดยผู้เช่าจะต้องเสียเงินค่าเช่าเครื่องวิทยุคมนาคมและเสีค่าตอบแทน ในการใช้ความถี่วิทยุ ถือได้ว่าโจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจในการให้เช่าสังหาริมทรัพย์ จึงมีอายุความ 2 ปี ตาม ป.พ.พ.มาตรา 193/34 (6) และค่าตอบแทนที่โจทก์เรียกเก็บจากจำเลยมีลักษณะทำนองเดียวกับค่าเช่าเมื่อโจทก์ฟ้องเรียกค่าตอบแทนเกินกำหนด 2 ปี นับแต่วันที่โจทก์สามารถทวงถามให้จำเลยชำระหนี้ได้ จึงขาดอายุความ และเมื่อสิทธิเรียกร้องค่าตอบแทนอันเป็นหนี้ประธานขาดอายุความ ค่าตอบแทนในการใช้ความถี่วิทยุเพิ่มซึ่งเป็นเบี้ยปรับและเป็นหนี้อุปกรณ์ ย่อมขาดอายุความด้วยตามมาตรา 193/26

วันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2557

อายุความ เช่าซื้อรถยนต์

เรียกค่าเสียหายจากการใช้รถยนต์บุบสลายมีอายุความ 6 เดือน ป.พ.พ. มาตรา 563 เรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถหลังสัญญาเช่าซื้อเลิกกัน ใช้อายุความทั่วไป 10 ปี คดีเช่าซื้อไม่ได้บัญญัติเรื่องอายุความไว้โดยตรง เรียกค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระใช้อายุความ 2 ปี ตาม ป.พ.พ. 193/33 (6) ฟ้องให้ชำระส่วนที่ขาดทุนโดยมิได้เรียกค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระ อายุความ 10 ปี ป.พ.พ. มาตรา 193/30 ผู้เช่าซื้อไม่คืนรถ ผู้ให้เช่าซื้อจึงชอบที่จะติดตามเอารถคืนในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1336 ไม่มีอายุความ รถยนต์ที่เช่าซื้อสูญหาย ผู้เช่าซื้อต้องชำระค่าเช่าซื้อทั้งสิ้นจนครบ เพราะถือว่าเป็นการฟ้องขอให้ชำระราคาทรัพย์ที่เช่าซื้อจนครบตามสัญญา กรณีนี้ไม่ถือว่าเป็นการเรียกค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระ ใช้อายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 ถ้าอายุความขาดแล้ว ผู้เช่าซื้อสามารถยกข้อต่อสู้เรื่องอายุความขึ้นต่อสู้ผู้ให้เช่าซื้อได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2567

  คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2567                  โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ให้รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อ หลังจากจำเลยที่ 1 ทำสัญญาได้ชำระค่าเช่าซื้อ...