วันจันทร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2560

เรียกดอกเบี้ยเกินอัตรารวมกับต้นเงินกรอกลงในสัญญากู้

กรณีเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราตามกฎหมายแล้วรวมกับต้นเงินกรอกลงในสัญญากู้
คำพิพากษาฎีกาที่ 2657/2534
จำเลยรู้เห็นยินยอมให้โจทก์เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราตามกฎหมายรวมกับต้นเงินกรอกลงในสัญญากู้ สัญญากู้จึงไม่เป็นเอกสารปลอม การกู้เงินดังกล่าวไม่ผิดกฎหมาย แต่การคิดดอกเบี้ยเป็นความผิดตามกฎหมายต่างหากซึ่งแยกจากกันได้ สัญญากู้ในส่วนต้นเงินจึงไม่เป็นโมฆะ

วันเสาร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2560

กรณีทำสัญญากู้เงินแล้วมอบสมุดบัญชีกับบัตรเอทีเอ็มให้เอาไว้

คำพิพากษาฎีกาที่ 4643/2539
ผู้กู้ทำสัญญากู้เงินโจทก์และมอบสมุดบัญชีเงินฝากและบัตรถอนเงินอัตโนมัติไว้กับโจทก์ โดยมีข้อตกลงให้โจทก์ไปเบิกเงินชำระหนี้เงินกู้ได้ แม้การใช้เงินกู้จะไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคสอง แต่การที่โจทก์ได้รับมอบสิทธิในการถอนเงิน โดยมอบบัตรถอนเงินอัตโนมัติให้โจทก์ไปถอนเงินของผู้กู้จากบัญชีเงินฝากของผู้กู้ ถือว่าเป็นการชำระหนี้อย่างอื่น ซึ่งโจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ได้ยอมรับแล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 321 วรรคแรก

สัญญากู้ไม่ได้กำหนดเวลาชำระเงินต้นคืน


สัญญากู้ยืมเงินไม่ได้กำหนดระยะเวลาชำระเงินต้นกันไว้ ผู้ให้กู้เรียกให้ผู้กู้ชำระหนี้ได้โดยพลัน ผู้กู้ก็สามารถชำระเงินได้โดยพลันเช่นกัน


คำพิพากษาฎีกาที่ 2103/2535
สัญญากู้ไม่ได้กำหนดระยะเวลาชำระต้นเงินคืนไว้ ผู้ให้กู้ย่อมเรียกให้ผู้กู้ชำระเงินได้โดยพลันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 203 และมีอำนาจฟ้องให้ผู้กู้ชำระหนี้โดยไม่ต้องบอกกล่าวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 652 ก่อนก็ได้

วันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ฎีกาที่ 321/2536

การเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตาม ป.วิ.พมาตรา 27 วรรคสอง ที่จะต้องยื่นคำร้องก่อนศาลมีคำพิพากษานั้น จะใช้บังคับในกรณีที่คู่ความฝ่ายที่เสียหายเพิ่งทราบข้อความหรือพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างของการผิดระเบียบนั้นภายหลังจากที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้วหาได้ไม่ เพราะเป็นการฝืนธรรมชาติที่จะบังคับให้ยื่นคำร้องขอเพิกถอนโดยที่ตนยังไม่ทราบข้อความหรือพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้น

วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ฎีกา 5622/2548

คำให้การของจำเลยไม่มีลายมือชื่อจำเลยหรือทนายจำเลยผู้ยื่นคำให้การ ไม่มีลายมือชื่อทนายจำเลยผู้เรียงและไม่มีลายมือชื่อผู้พิมพ์ เป็นคำคู่ความที่ไม่บริบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 67 (5) การที่ทนายจำเลยลงลายมือชื่อไว้ในช่องหมายเหตุท้ายคำให้การจำเลยแผ่นแรกที่มีข้อความระบุว่า "ข้าพเจ้ารอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอให้ถือว่าทราบ" นั้น มิใช่เป็นการลงลายมือชื่อในคำคู่ความตามความหมายของมาตรา 67(5) ศาลชั้นต้นรับคำให้การจำเลยฉบับดังกล่าวโดยไม่คืนไปให้จำเลยทำมาใหม่ หรือให้จำเลยแก้ไขข้อบกพร่องดังกล่าวเสียให้ถูกต้อง จึงเป็นกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบด้วยมาตรา 18 วรรคสอง การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีไปโดยไม่ได้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องเสียก่อนจึงไม่ชอบ

วันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ข้อหาความผิดเกี่ยวกับ ใบกระท่อม



พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522

ข้อหา ผลิต นำเข้า ส่งออก
มาตรา 75 ผู้ใดผลิต นำเข้า หรือส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 26 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงหนึ่งล้านห้าแสนบาท
          ถ้ายาเสพติดให้โทษ ซึ่งเป็นวัตถุแห่งการกระทำความผิดดังกล่าวมานั้น เป็นพืชกระท่อม ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท


ข้อหา ครอบครอง
มาตรา 76 ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 5 อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 26 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
            ถ้ายาเสพติดให้โทษซึ่งเป็นวัตถุแห่งการกระทำความผิดดังกล่าวมาในวรรคหนึ่งนั้นเป็นพืชใบกระท่อม ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

ข้อหา จำหน่าย หรือครอบครองเพื่อจำหน่าย
มาตรา 76/1 ผู้ใดจำหน่ายหรือมีไว้ครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 26 วรรคหนึ่ง โดยมีจำนวนยาเสพติดให้โทษไม่ถึงสิบกิโลกรัม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงสองแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
            กรณีตามวรรคหนึ่ง ถ้ามียาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตั้งแต่สิบกิโลกรัมขึ้นไปต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงหนึ่งล้านห้าแสนบาท
           ถ้ายาเสพติดให้โทษซึ่งเป็นวัตถุแห่งการกระทำความผิดดังกล่าวมาในวรรคหนึ่งนั้นเป็นพืชกระท่อม ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
          ถ้ายาเสพติดให้โทษซึ่งเป็นวัตถุแห่งการกระทำความผิดดังกล่าวมาในวรรคสองนั้นเป็นพืชกระท่อม ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท






 
 

วันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ผู้ขายฝากที่ดินสละสิทธิในการไถ่ถอนได้หรือไม่ (ได้)

ฎีกาที่ 861/2515

ผู้ขายฝากกับผู้รับซื้อฝากตกลงกันระงับสิทธิไถ่ถอนการขายฝากโดยผู้รับซื้อฝากยอมยกหนี้เงินกู้รายอื่นนอกจากการขายฝากให้ผู้ขายฝากและให้ผู้ขายฝากทำนาในที่ดินที่ขายฝากโดยไม่คิดค่าเช่าอีก 1 ปี ฝ่ายผู้ขายฝากยอมยกที่พิพาทให้จำเลย ถือว่าผู้ขายฝากสละสิทธิไม่ไถ่ถอนที่ดินคืนแล้วและเป็นสัญญาต่างตอบแทนซึ่งไม่มีแบบของนิติกรรม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2567

  คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2567                  โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ให้รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อ หลังจากจำเลยที่ 1 ทำสัญญาได้ชำระค่าเช่าซื้อ...