วันเสาร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2558
ฎีกาที่ 2196/2533
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยร่วมขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยร่วมใช้สิทธิตาม ป.วิ.พ. มาตรา 199 ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยร่วมยื่นคำให้การโดยแนบคำให้การมากับคำร้องด้วย ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วเห็นว่าจำเลยร่วมจงใจไม่ยื่นคำให้การ ดังนี้ิ เป็นเรื่องที่ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจมีคำสั่งไปตามมาตรา 199 โดยยังมิได้ตรวจคำให้การของจำเลยร่วม จึงมิใช่เป็นคำสั่งไม่รับคำคู่ความตามมาตรา 18 จะนำเอามาตรา 18 วรรคท้ายมาปรับแก่คดีไม่ได้ คำสั่งที่ว่าจำเลยร่วมจงใจขาดนัดยื่นคำให้การย่อมเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตามมาตรา 226 ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งนั้นในระหว่างพิจารณา
วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2558
ฎีกาที่ 901/2511
ฎีกาที่ 901/2511
การพิจารณาคดีชั้นร้องขัดทรัพย์ ถือเป็นการพิจารณาคดีในเรื่องเดิม ถึงแม้คดีร้องขีดทรัพย์จะมีทุนทรัพย์เกินอำนาจศาลแขวง ศาลแขวงก็มีอำนาจพิจารณาพิพากษาได้
การพิจารณาคดีชั้นร้องขัดทรัพย์ ถือเป็นการพิจารณาคดีในเรื่องเดิม ถึงแม้คดีร้องขีดทรัพย์จะมีทุนทรัพย์เกินอำนาจศาลแขวง ศาลแขวงก็มีอำนาจพิจารณาพิพากษาได้
ฎีกาที่ 2403/2523
ฎีกาที่ 2403/2523
จำเลยหลายคนมีภูมิลำเนาต่างกัน โจทก์ฟ้องจำเลยทุกคนต่อศาลที่จำเลยคนหนึ่งคนใดมีภูมิลำเนาแล้ว แม้ต่อมาโจทก์จะถอนฟ้องจำเลยที่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลนั้น ศาลนั้นก็ยังพิจารณาคดีจำเลยซึ่งไม่มีภููมิลำเนาในเขตอำนาจศาลนั้นต่อไปได้
จำเลยหลายคนมีภูมิลำเนาต่างกัน โจทก์ฟ้องจำเลยทุกคนต่อศาลที่จำเลยคนหนึ่งคนใดมีภูมิลำเนาแล้ว แม้ต่อมาโจทก์จะถอนฟ้องจำเลยที่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลนั้น ศาลนั้นก็ยังพิจารณาคดีจำเลยซึ่งไม่มีภููมิลำเนาในเขตอำนาจศาลนั้นต่อไปได้
คำฟ้องเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ มาตรา 4ทวิ
คำฟ้องที่เกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ หรือสิทธิ หรือประโยชน์อันเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ต้องฟ้องต่อศาลที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่ หรือต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ แล้วแต่โจทก์จะเลือกยื่นฟ้องต่อศาลใด
กรณีจำเลยไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักร
ฎีกาที่ 6437/2541
จำเลยที่ 1 มีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ติดต่อในการประกอบกิจการของจำเลยที่ 1 ในราชอาณาจักร จึงถือได้ว่าภูมิลำเนาของจำเลยที่ 2 ซึ่งจำเลยที่ 1 ใช้ในการติดต่อดังกล่าวเป็นภูมิลำเนาของจำเลยที่ 1 ด้วย โจทก์ทั้งสองจึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ต่อศาลแพ่ง ได้
จำเลยที่ 1 มีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ติดต่อในการประกอบกิจการของจำเลยที่ 1 ในราชอาณาจักร จึงถือได้ว่าภูมิลำเนาของจำเลยที่ 2 ซึ่งจำเลยที่ 1 ใช้ในการติดต่อดังกล่าวเป็นภูมิลำเนาของจำเลยที่ 1 ด้วย โจทก์ทั้งสองจึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ต่อศาลแพ่ง ได้
ฎีกาที่ 3994/2540
ฎีกาที่ 3994/2540
โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งหกให้รับผิดตามสัญญากู้ยืมเงินซึ่งมีจำเลยที่ 6 เป็นผู้ค้ำประกัน เป็นคำฟ้องเกี่ยวกับหนี้เหนือบุคคลซึ่งตาม ป.วิ.พ.มาตรา 4(1) โจทก์สามารถฟ้องต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลหรือต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลก็ได้ เมื่อจำเลยที่ 6 มีภูมิลำเนาในเขตศาลจังหวัดสงขลา ทั้งมูลคดีก็เกิดขึ้นในเขตศาลจังหวัดสงขลา คดีย่อมอยู่ในอำนาจศาลจังหวัดสงขลา ที่จะพิจารณาพิพากษาได้ โดยไม่จำต้องยื่นคำร้องแสดงเหตุให้ศาลจังหวัดสงขลารับคดีไว้พิจารณา
โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งหกให้รับผิดตามสัญญากู้ยืมเงินซึ่งมีจำเลยที่ 6 เป็นผู้ค้ำประกัน เป็นคำฟ้องเกี่ยวกับหนี้เหนือบุคคลซึ่งตาม ป.วิ.พ.มาตรา 4(1) โจทก์สามารถฟ้องต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลหรือต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลก็ได้ เมื่อจำเลยที่ 6 มีภูมิลำเนาในเขตศาลจังหวัดสงขลา ทั้งมูลคดีก็เกิดขึ้นในเขตศาลจังหวัดสงขลา คดีย่อมอยู่ในอำนาจศาลจังหวัดสงขลา ที่จะพิจารณาพิพากษาได้ โดยไม่จำต้องยื่นคำร้องแสดงเหตุให้ศาลจังหวัดสงขลารับคดีไว้พิจารณา
ฎีกาที่ 4443/2546
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4443/2546
คำว่า มูลคดีเกิด หมายถึงต้นเหตุอันเป็นที่มาแห่งคำฟ้อง คดีนี้โจทก์ฟ้องหย่าจำเลย ต้นเหตุของคำฟ้องคือเหตุหย่า ส่วนการจดทะเบียนสมรสเป็นต้นเหตุของความเป็นสามีภรรยา สถานที่จดทะเบียนสมรสจึงหาใช่เป็นสถานที่มูลคดีของเหตุฟ้องหย่าไม่ เมื่อปรากฎตามคำฟ้องของโจทก์ได้ความว่าในระหว่างสมรสโจทก์จำเลยพักอาศัยอยู่บ้านเดียวกันที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จำเลยกระทำการเป็นปรปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยา โดยทำร้ายร่างกายโจทก์และขับไล่โจทก์ออกจากบ้าน อันเป็นเหตุฟ้องหย่า ฉะนั้น จังหวัดนครศรีธรรมราชจึงเป็นสถานที่มูลคดีของเหตุฟ้องหย่าเกิด ทั้งจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องหย่าจำเลยที่ศาลจังหวัดพัทลุง ตามบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวข้างต้น
คำว่า มูลคดีเกิด หมายถึงต้นเหตุอันเป็นที่มาแห่งคำฟ้อง คดีนี้โจทก์ฟ้องหย่าจำเลย ต้นเหตุของคำฟ้องคือเหตุหย่า ส่วนการจดทะเบียนสมรสเป็นต้นเหตุของความเป็นสามีภรรยา สถานที่จดทะเบียนสมรสจึงหาใช่เป็นสถานที่มูลคดีของเหตุฟ้องหย่าไม่ เมื่อปรากฎตามคำฟ้องของโจทก์ได้ความว่าในระหว่างสมรสโจทก์จำเลยพักอาศัยอยู่บ้านเดียวกันที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จำเลยกระทำการเป็นปรปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยา โดยทำร้ายร่างกายโจทก์และขับไล่โจทก์ออกจากบ้าน อันเป็นเหตุฟ้องหย่า ฉะนั้น จังหวัดนครศรีธรรมราชจึงเป็นสถานที่มูลคดีของเหตุฟ้องหย่าเกิด ทั้งจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องหย่าจำเลยที่ศาลจังหวัดพัทลุง ตามบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวข้างต้น
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2567
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2567 โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ให้รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อ หลังจากจำเลยที่ 1 ทำสัญญาได้ชำระค่าเช่าซื้อ...
-
จากข้อเท็จจริง ขาวยิงแดงตายโดยคิดว่าแดงเป็นหมูป่า ซึ่งหลบอยู่หลังพุ่มไม้ แม้ขาวไม่ผิดฐานฆ่าแดงตายโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 เพราะ...
-
คำพิพากษาฎีกาที่ 7460/2556 การต่อเติมและซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้างซึ่งชำรุดทรุดโทรมให้เหมาะแก่การอยู่อาศัยโดยปลอดภัย ไม่ได้เป็นการก่อสร้างขึ้นให...
-
เมื่อโจกท์ต้องการยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ แต่เกิดปัญหา ในกรณีมีการขออนุญาตขยายระยะเวลาอุทธรณ์หรือระยะเวลายื่นคำขออนุญาตอุทธรณ์ แต่...