วันศุกร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2567

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3965/2564 ผู้เช่าซื้อนำรถไปคืนก่อนครบกำหนดเวลา 30 วันหลังจากรับหนังสือบอกกล่าว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3965/2564 



      จำเลยที่ 1 ผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดที่ 14  เป็นต้นมา 3 งวดติดต่อกัน โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวทวงถามให้ชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างรวม 6 งวด ภายในกำหนดเวลา 30 วัน นับแต่วันที่รับหนังสือ หากพ้นกำหนดแล้วไม่ชำระให้ถือเอาหนังสือฉบับนี้ เป็นการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อทันที ซึ่งแม้มีเหตุขัดข้องที่ส่งหนังสือบอกกล่าวทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับให้แก่จำเลยที่ 1 ไม่ได้ เพราะเหตุว่าจำเลยที่ 1 ไม่มารับภายในกำหนด แต่เป็นกรณีที่สัญญาเช่าซื้อข้อ 17 วรรคสาม ให้ถือว่าได้มีกการส่งหนังสือบอกกล่าวให้แก่จำเลยที่ 1 โดยชอบแแล้ว 

        หนังสือบอกกล่าวทวงถามให้ชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างรวม 6 งวด ภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่รับหนังสือ เป็นเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ในสัญญาเช่าซื้อข้อ 10 (ก) ที่ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่องให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ.2555 ข้อ 4 กำหนดให้สัญญาเช่าซื้อรถยนต์ที่ผู้ประกอบธุรกิจทำกับผู้บริโภคต้องมีข้อสัญญานี้ด้วย ข้อสัญญานี้มีผลให้โจทก์ไม่อาจใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาเพราะเหตุผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อก่อนครบกำหนดเวลา 30 วัน นับแต่วันที่ จำเลยที่ 1 ได้รับหนังสือบอกกล่าวได้ กลับกันจำเลยที่ 1 ยังมีสิทธิชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างภายใน 30 วัน เพื่อมิให้โจทก์ใช้สิทธิเลิกสัญญาเช่าซื้อเพราะเหตุจำเลยที่ 1 ผิดนัดผิดสัญญา แต่จำเลยที่ 1 นำรถยนต์ที่เช่าซื้อไปส่งมอบคืนให้แก่โจทก์ไม่รอให้ล่วงพ้นกำหนดเวลา 30 วัน โดยไม่มีข้อโต้แย้งพฤติการณ์เท่ากับจำเลยที่ 1 ยอมรับว่าไม่ประสงค์ที่จะชำระเงินค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระเพื่อให้สัญญาเช่าซื้อมีผลผูกพันต่อไป ซึ่งไม่มีข้อสัญญาห้ามมิให้ผู้เช่าซื้อกระทำเช่นนั้น ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ผิดนัดผิดสัญญาเพราะเหตุที่โจทก์ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อโดยมีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อทราบโดยชอบแล้ว  โดยโจทก์ไม่จำต้องโต้แย้งการส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืน ทั้งการส่งมอบรถยนต์คืนเช่นนี้มิใช่เป็นกรณีจำเลยที่ 1 ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาตามสัญญาเช่าซื้อ ข้อ 12 ที่กำหนดให้สิทธิจำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อในเวลาใดๆ เสียก็ได้ด้วยการส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดีให้แก่โจทก์โดยต้องชำระเงินทั้งปวงที่ถึงกำหนดชำระหรือเป็นหนี้ตามสัญญาอยู่ในเวลานั้น ทันทีด้วย และถือไม่ได้ว่าเป็นการสมัครใจเลิกสัญญาเช่าซื้อกันโดยปริยาย       

วันจันทร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2567

คำพิพากษาฎีกาที่ 11/2561 บวกโทษ

 คำพิพากษาฎีกาที่ 11/2561 

     ความปรากฎต่อศาลตามคำฟ้องของโจทก์และคำให้การของจำเลยว่า ภายในเวลาที่ศาลรอการลงโทษให้จำเลย จำเลยได้กระทำความผิดคดีนี้อีก และคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นให้ลงโทษจำคุกจำเลย โดยไม่ลงโทษปรับ ไม่คุมความประพฤติจำเลย และไม่รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์จึงต้องนำโทษจำคุกของที่จำเลยที่รอการลงโทษไว้มาบวกเข้ากับโทษของจำเลยคดีนี้ด้วย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 วรรคแรก

วันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

คำพิพากษาฎีกาที่ 3252/2566 ผู้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อโดยส่งมอบรถที่เช่าซื้อคืนโดยลงลายมือชื่อในหนังสือแสดงเจตนาขอคืนรถที่เป็นแบบฟอร์มของผู้ให้เช่าซื้อ



 คำพิพากษาฎีกาที่ 3252/2566 ผู้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อโดยส่งมอบรถที่เช่าซื้อคืนโดยลงลายมือชื่อในหนังสือแสดงเจตนาขอคืนรถที่เป็นแบบฟอร์มของผู้ให้เช่าซื้อ โดยผู้เช่าซื้อยอมรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย แม้ผู้เช่าซื้อจะปฏิบัติตามเงื่อนไขในการบอกเลิกสัญญาตามข้อสัญญาไม่ครบถ้วนโดยไม่ได้ชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระ แต่เมื่อผู้ให้เช่าซื้อนอมรับรถที่เช่าซื้อไว้ยอมผ่อนผันเงื่อนไขตามข้อสัญญาบางส่วนให้ผู้เช่าซื้อ จึงไม่ใช่การเลิกสัญญาโดยปริยาย ผู้เช่าซื้อต้องรับผิดในค่าขาดราคา

คำพิพากษาฎีกาที่ 1938/2563

ตามบันทึกการส่งมอบรถยนต์เอกสารหมาย จ.8 มีข้อความอันมีใจความสำคัญว่า โดยหนังสือฉบับนี้ข้าพเจ้าประสงค์ขอเป็นฝ่ายบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อโดยการส่งมอบรถยนต์ตามสัญญาเช่าซื้อคืนให้แก่โจทก์ตามสัญญาเช่าซื้อข้อ 9 ซึ่งข้าพเจ้าสัญญาว่าจะรับผิดชอบที่จะปฏิบัติตามข้อกำหนดในสัญญาเช่าซื้อกรณีที่เจ้าของได้รับความเสียหายอันเนื่องมาจากการบอกเลิกสัญญาของข้าพเจ้า โดยที่หัวกระดาษของเอกสารดังกล่าวมีข้อความว่า บันทึกการส่งมอบรถยนต์เพื่อเลิกสัญญา และตามบันทึกการส่งมอบรถยนต์เอกสารหมาย จ.9 ระบุสถานที่รับรถว่า เป็นการส่งมอบคืน ณ ภูมิลำเนาของโจทก์ อีกทั้งตามสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย จ.6 ข้อ 9 กำหนดว่า ผู้เช่าซื้อฝ่ายเดียวจะบอกเลิกสัญญาในเวลาใดก็ได้ โดยการส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อกลับคืนให้เจ้าของ ณ ภูมิลำเนาของเจ้าของ และผู้เช่าตกลงที่จะชำระบรรดาหนี้ที่มีอยู่ก่อนวันบอกเลิกสัญญาแก่เจ้าของจนครบถ้วนและเมื่อเจ้าของนำรถยนต์ที่เช่าซื้อออกขาย หากได้ราคาน้อยกว่ามูลหนี้ส่วนที่ขาดอยู่ตามสัญญาเช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อจะต้องรับผิดชำระส่วนที่ขาดนั้นให้แก่เจ้าของจนครบถ้วน ดังนี้ เมื่อพิจารณาเอกสารดังกล่าวข้างต้นประกอบกับจำเลยที่ 2 เป็นทั้งกรรมการของจำเลยที่ 1 และเป็นผู้ค้ำประกันจึงแปลความหมายการกระทำของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวได้ว่าจำเลยทั้งสองมีเจตนาจะบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อต่อโจทก์โดยส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อกลับคืนให้เจ้าของ ณ ภูมิลำเนาของเจ้าของ และตกลงที่จะรับผิดในบรรดาหนี้ที่เกิดขึ้นจากการบอกเลิกสัญญานี้อันเป็นการใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาตามข้อ 9 ข้างต้น สัญญาเช่าซื้อจึงเลิกกันตามข้อสัญญาดังกล่าว หาใช่สัญญาเช่าซื้อเลิกกันโดยคู่สัญญาสมัครใจที่จะเลิกสัญญาต่อกันโดยปริยายดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยมาไม่ โจทก์จึงมีสิทธิเรียกค่าขาดราคาได้ จำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2558 ซึ่งเป็นเวลาภายหลัง ป.พ.พ. มาตรา 686 ที่แก้ไขใหม่ มีผลใช้บังคับแล้ว เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์จึงต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าว โดยต้องมีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด การที่โจทก์เพิ่งมีหนังสือแจ้งสิทธิการซื้อทรัพย์สินลงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 ส่งไปยังจำเลยที่ 2 ตามที่อยู่ที่ปรากฏตามสัญญาค้ำประกันโดยหนังสือดังกล่าวถูกส่งคืนกลับต้นทาง และโจทก์ขายทอดตลาดรถยนต์ที่เช่าซื้อเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2559 หลังจากนั้นโจทก์มีหนังสือบอกกล่าวทวงถามไปยังจำเลยที่ 2 อีกครั้ง เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2559 โดยจำเลยที่ 2 ได้รับเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2559 จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิดในดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทน ตลอดจนค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้รายนั้นบรรดาที่เกิดขึ้นภายหลังจากพ้นกำหนดเวลา 60 วัน จำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ชำระค่าขาดประโยชน์อันเป็นค่าสินไหมทดแทนเพียง 60 วัน เท่านั้น ส่วนค่าขาดราคาถือเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้ จำเลยที่ 2 ไม่ต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดในมูลหนี้ค่าขาดราคา ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้
กฎหมายและมาตรา
ป.พ.พ. ม. 386, ม. 573, ม. 686
ป.วิ.พ. ม. 142 (5), ม. 246, ม. 252

วันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

รับปรึกษา เป็นทนายว่าความสู้คดีซื้อหนี้บัตรเครดิต คดีเงินกู้ คดีรับโอนสิทธิรับซื้อหนี้มาฟ้องคดีเงินกู้ บัตรแครดิต คดีเช่าซื้อทุกประเภท สู้คดีกับบริษัทที่รับโอนสิทธิมาฟ้อง ติดต่อได้เบอร์0858378376

  รับให้คำปรึกษา เป็นทนายว่าความ ทำคำให้การสู้คดีซื้อหนี้บัตรเครดิต คดีเงินกู้ คดีรับโอนสิทธิรับซื้อหนี้มาฟ้องคดีเงินกู้ บัตรแครดิต คดีเช่าซื้อทุกประเภท สู้คดีกับบริษัทที่รับโอนสิทธิมาฟ้อง ติดต่อได้เบอร์0858378376

การฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีไม่ร้ายแรง

 คำพิพากษาฎีกาที่ 10452/2546

เหตุชกต่อยระหว่างลูกจ้างเกิดอยู่เพียงชั่วครู่ประมาณ 3 นาที โดยลูกจ้างคนที่หนึ่งถูกลูกจ้างถูกชก 2 ครั้ง ถูกเบ้าตาซ้ายไม่มีบาดแผล หลังเกิดเหตุแล้วยังทำงานล่วงเวลาด้วยกันจนถึง 20 นาฬิกา โดยไม่มีเรื่องอะไรต่อกันอีก เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีไม่ร้ายแรง

คำพิพากษาฎีกาที่ 4320/2546
ลูกจ้างหญิงตบหน้าลูกจ้างหญิงอีกคนหนึ่ง 1 ครั้ง เนื่องจากลูกจ้างหญิงดังกล่าวใช้ไขควงปาใส่แต่ไม่ปรากฎว่าได้รับบาดเจ็บ มิใช่การฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีที่ร้ายแรง

วันอาทิตย์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2564

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4607/2562

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4607/2562

แม้ตามสัญญาเช่าซื้อ ข้อ 12 จะให้สิทธิผู้เช่าซื้อในการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อเสียเมื่อใดก็ได้ โดยผู้เช่าซื้อจะต้องส่งคืนและส่งมอบรถยนต์ในสภาพที่ซ่อมแซมเรียบร้อยและใช้การได้ดีในสภาพเช่นเดียวกับวันที่รับมอบรถยนต์ไปจากเจ้าของพร้อมทั้งอุปกรณ์ และอะไหล่ทั้งหมดให้แก่เจ้าของ ณ สำนักงานของเจ้าของ แต่สัญญาข้อดังกล่าวยังระบุเงื่อนไขต่อไปอีกว่า “และชำระเงินทั้งปวงที่ถึงกำหนดชำระหรือเป็นหนี้ตามสัญญานี้อยู่ในเวลานั้นทันที…” แสดงให้เห็นว่า กรณีที่จะถือว่าเป็นการเลิกสัญญาตามสัญญาเช่าซื้อข้อดังกล่าว ก็ต่อเมื่อจำเลยที่ 1 ต้องส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโจทก์พร้อมกับชำระเงินทั้งปวงที่ถึงกำหนดชำระหรือเป็นหนี้ตามสัญญานี้อยู่ในเวลาที่ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์แล้ว เมื่อโจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่า นอกจากจำเลยที่ 1 จะส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์แล้ว จำเลยที่ 1 ได้ชำระเงินทั้งปวงที่ถึงกำหนดชำระหรือเป็นหนี้ตามสัญญาแก่โจทก์ทันที อันเป็นการปฏิบัติตามข้อตกลงในสัญญาเพื่อใช้สิทธิเลิกสัญญา กรณีจึงยังถือไม่ได้ว่าเป็นการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อตามสัญญาข้อ 12 ที่จะทำให้โจทก์มีสิทธิเรียกค่าขาดราคาตามสัญญาข้อ 13 พฤติการณ์ที่จำเลยที่ 1 ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโจทก์โดยไม่ปรากฏข้อโต้แย้งคัดค้านของโจทก์ ถือว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 ต่างสมัครใจเลิกสัญญาต่อกันโดยปริยาย โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิเรียกค่าขาดราคาอันเป็นค่าเสียหายตามข้อตกลงในสัญญาเช่าซื้อได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2567

  คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2567                  โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ให้รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อ หลังจากจำเลยที่ 1 ทำสัญญาได้ชำระค่าเช่าซื้อ...