วันเสาร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2561

ประกาศควบคุมธุรกิจให้เช่า มีผลบังคับ 1 พ.ค.2561


ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา
เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.. ๒๕๖๑ 

สรุป


ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยหมายความว่า การประกอบธุรกิจที่ผู้ประกอบธุรกิจตกลงให้ผู้เช่าซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา***ได้ใช้อาคารเพื่ออยู่อาศัย และผู้เช่าตกลงจะให้ค่าเช่าเพื่อการนั้น โดยมีสถานที่ที่จัดแบ่งให้เช่าตั้งแต่ ๕ หน่วยขึ้นไป ไม่ว่าจะอยู่ในอาคารเดียวกันหรือหลายอาคารรวมกัน
ผู้เช่าหมายความรวมถึงผู้เช่าช่วงซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาด้วย**** (ไม่หมายความถึงผู้เช่าซึ่งเป็นนิติบุคคล)


*******ประเด็นสำคัญ ที่เป็นข้อห้าม*******

ข้อ ๔ ข้อสัญญาที่ผู้ประกอบธุรกิจทํากับผู้เช่าต้องไม่ใช้ข้อสัญญาที่มีลักษณะหรือความหมาย ในลักษณะทํานองเดียวกัน ดังต่อไปนี้

() ข้อสัญญาที่เป็นการยกเว้นหรือจํากัดความรับผิดจากการผิดสัญญาหรือการกระทําละเมิด ของผู้ประกอบธุรกิจ

***() ข้อสัญญาที่กําหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจเรียกเก็บค่าเช่าล่วงหน้าเกินกว่าหนึ่งเดือน (ห้ามเกิน 1 เดือน)

() ข้อสัญญาที่กําหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจมีสิทธิเปลี่ยนแปลงอัตราค่าเช่าอาคาร อัตราค่า สาธารณูปโภค อัตราค่าใช้จ่ายในการให้บริการ และอัตราค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ก่อนสัญญาเช่าอาคารสิ้นสุดลง

***() ข้อสัญญาที่กําหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจเรียกเก็บเงินประกันเกินกว่าหนึ่งเดือนของอัตรา ค่าเช่าอาคารเมื่อคํานวณเป็นรายเดือน (ห้ามเกิน 1เดือน)

() ข้อสัญญาที่กําหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจมีสิทธิริบเงินประกันหรือค่าเช่าล่วงหน้า

() ข้อสัญญาที่กําหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจหรือตัวแทนเข้าตรวจสอบอาคารโดยมิต้องแจ้งให้ ผู้เช่าทราบก่อนล่วงหน้า

() ข้อสัญญาที่กําหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจกําหนดอัตราค่าบริการกระแสไฟฟ้าและน้ําประปา เกินกว่าอัตราที่ผู้ให้บริการกระแสไฟฟ้าและน้ําประปาเรียกเก็บจากผู้ประกอบธุรกิจ

() ข้อสัญญาที่กําหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจมีสิทธิกระทําการปิดกั้นไม่ให้ผู้เช่าเข้าใช้ประโยชน์อาคาร หรือมีสิทธิเข้าไปในอาคารเพื่อยึดทรัพย์สิน หรือขนย้ายทรัพย์สินของผู้เช่า ในกรณีที่ผู้เช่าไม่ชําระค่าเช่า หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อันเกี่ยวกับการเช่าอาคาร

() ข้อสัญญาที่กําหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจมีสิทธิเรียกค่าต่อสัญญาเช่าอาคารจากผู้เช่ารายเดิม (๑๐) ข้อสัญญาที่กําหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าอาคารกับผู้เช่า โดยผู้เช่า
มิได้ผิดสัญญา หรือผิดเงื่อนไขอันเป็นสาระสําคัญข้อหนึ่งข้อใดในสัญญา

(๑๑) ข้อสัญญาที่กําหนดให้ผู้เช่าต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้งานตามปกติ
ต่อทรัพย์สินและอุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ ของอาคาร

(๑๒) ข้อสัญญาที่กําหนดให้ผู้เช่าต้องรับผิดในความเสียหายต่ออาคาร ทรัพย์สิน และอุปกรณ์
เครื่องใช้ต่าง ๆ ในเหตุใดอันมิใช่ความผิดของผู้เช่า และในเหตุสุดวิสัย

(๑๓) ข้อสัญญาที่กําหนดให้ผู้เช่าต้องรับผิดในความชํารุดบกพร่องต่ออาคาร ทรัพย์สิน และ
อุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการใช้งานหรือเกิดการเสื่อมสภาพจากการใช้งานตามปกติ 

ประกาศนี้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ พฤษภาคม พ.. ๒๕๖๑ เป็นต้นไป 

ที่มา:เวปไซต์ราชกิจจานุเบกษา

วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561

คำรับสารภาพต่อเจ้าพนักงานผู้จับกุม

ผู้ต้องหารับสารภาพในชั้นจับกุม

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 84 วางหลักไว้ว่า ถ้อยคำใดๆที่ผู้ถูกจับให้ไว้ต่อเจ้าพนักงานผู้จับ หรือเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจในชั้นจับกุม หรือรับมอบตัวผู้ถูกจับ ถ้าถ้อยคำนั้นเป็นคำรับสารภาพของผู้ถูกจับว่าตนได้กระทำความผิด ห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐาน


******ศาลจะนำคำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมของผู้ต้องหาหรือจำเลยมารับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้

****แต่ถ้าไม่ใช่คำรับสารภาพ ศาลรับฟังได้ในฐานะถ้อยคำอื่นเป็นพยานหลักฐาน พิสูจน์ความผิดของผู้ที่ถูกจับได้

วันพุธที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2561

สัญญาให้ที่ดินทำเป็นหนังสือ แต่ไม่ได้จดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน

ในเรื่องการทำสัญญาให้ที่ดินมีโฉนดหรือที่ดิน น.ส.3 ก เป็นหนังสือ แต่ไม่นำไปจดทะเบียน ที่สำนักงานที่ดิน นิติกรรมการให้ที่ดิน จึงไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย ไม่สามารถฟ้องบังคับให้อีกฝ่ายไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ได้
มีคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1931/2537 (ฉบับย่อ)
จำเลยทำหนังสือสัญญาให้ที่ดินโฉนดโดยเสน่หาแก่โจทก์โดยจะนำไปจดทะเบียน ณสำนักงานที่ดินภายใน 7 วันแต่เมื่อการให้ยังไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ นิติกรรมการให้ย่อมไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องบังคับให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทให้แก่โจทก์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2959:2536

ที่มา:www.Deka.co.th

วันศุกร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ความผิดฐานยักยอกและความผิดฐานรับของโจร

ความผิดฐานยักยอก
ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 ผู้ใดครอบครองทรัพย์ซึ่งเป็นของผู้อื่นหรือซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานยักยอก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
                  ถ้าทรัพย์นั้นได้ตกมาอยู่ในความครอบครองของผู้กระทำความผิดเพราะผู้อื่นส่งมอบให้โดยสำคัญผิดไปด้วยประการใด หรือเป็นทรัพย์สินหายซึ่งผู้กระทำความผิดเก็บได้ ผู้กระทำต้องระวางโทษแต่เพียงกึ่งหนึ่ง

-ถ้าการเอาทรัพย์นั้นเป็นการเอาไปโดยรู้ หรือควรที่จะรู้ว่า เจ้าของทรัพย์นั้นกำลังติดตามอยู่ เป็นความผิดฐานลักทรัพย์

-ถ้าการเอาทรัพย์นั้นเป็นการเอาไปโดยไม่รู้หรือไม่มีเหตุอันสมควรจะรู้ได้ เป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์สินหาย


ความผิดฐานรับของโจร
ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ จำนำ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำความผิด ถ้าความผิดนั้นเข้าลักษณะลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง ยักยอก หรือเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานรับของโจร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
                   ถ้าการกระทำความผิดฐานรับของโจรนั้น ได้กระทำเพื่อค้ากำไรหรือได้กระทำต่อทรัพย์อันได้มาโดยการลักทรัพย์ ตามมาตรา 335 (10) ชิงทรัพย์ หรือปล้นทรัพย์ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงสองหมื่นบาท
                    ถ้าการกระทำความผิดฐานรับของโจรนั้น ได้กระทำต่อทรัพย์อันได้มาโดยการลักทรัพย์ตามมาตรา 335 ทวิ การชิงทรัพย์ตามมาตรา 339 ทวิ หรือการปล้นทรัพย์ตามมาตรา 340 ทวิ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงสามหมื่นบาท



วันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

การป้องกันพอสมควรแก่เหตุ ผู้นั้นกระทำไม่มีความผิด

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68
ผู้ใดจำต้องกระทำการใดเพื่อป้องกันสิทธิของตนหรือของผู้อื่นให้พ้นภยันตราย ซึ่งเกิดขึ้นจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ไกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด


วันพุธที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2561

ทิ้งฟ้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174
มาตรา 174  ในกรณีต่อไปนี้ให้ถือว่าโจทก์ได้ทิ้งฟ้อง คือ (1) ภายหลังที่ได้เสนอคำฟ้องแล้ว โจทก์เพิกเฉยไม่ร้องขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้ส่งหมายเรียกให้แก้คดีแก่จำเลย และไม่แจ้งให้ศาลทราบเหตุแห่งการเพิกเฉยเช่นว่านั้นภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันยื่นคำฟ้อง (2) โจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาตามที่ศาลเห็นสมควรกำหนดไว้เพื่อการนั้นโดยได้ส่งคำสั่งให้แก่โจทก์โดยชอบแล้ว


วันจันทร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2561

ฟ้องแย้ง

หลักประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสาม
ฟ้องแย้ง นั้นต้องเกี่ยวกับฟ้องเดิม พอที่จะพิจารณาชี้ขาดตัดสินไปด้วยกันได้ ถ้าฟ้องแย้งนั้นเป็นเรื่องอื่นไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิมแล้ว ให้ศาลสั่งให้จำเลยฟ้องเป็นคดีต่างหาก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2567

  คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2567                  โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ให้รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อ หลังจากจำเลยที่ 1 ทำสัญญาได้ชำระค่าเช่าซื้อ...