วันเสาร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2562

การประกันตัวผู้ต้องหา

การประกันตัวผู้ต้องหา

ผู้มีสิทธิขอประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลย
1.ตัวผู้ต้องหาเอง
2.จำเลย
3.ผู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาหรือจำเลย เช่น พ่อ แม่ ลูก คู่สมรส ญาติพี่น้อง ผู้บังคับบัญชา นายจ้าง หรือบุคคลอื่นที่ศาลเห็นว่ามีความสัมพันธ์ไกล้ชิดสมควรให้ประกันได้

หลักทรัพย์ที่ใช้ประกันตัวได้
1.เงินสด + สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน + สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ประกัน

2.โฉนดที่ดิน (ต้นฉบับ+สำเนา) +หนังสือรับรองการประเมินราคาที่ดินไม่เกิน 1 เดือน + แผนที่ไป
ที่ดิน+รูปถ่ายที่ดินและบริเวณไกล้เคียง+สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านของเจ้าของที่ดิน+หนังสือยินยอมคู่สมรส+สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านคู่สมรส

3.สมุดบัญชีเงินฝากประจำ สลากออมสิน โดยธนาคารระบุว่าได้ทำการอายัดไว้+สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้าน+หนังสือให้ความยินยอมคู่สมรส

4.ใช้บุคคลประกัน
-มีตำแหน่งหรือรายได้แน่นอน
-เป็นญาติพี่น้องหรือผู้บังคับบัญชา นายจ้าง
-วงเงินไม่เกิน 10 เท่าของรายได้สุทธิ
-หนังสือรับรองจากต้นสังกัด
-สลิปเงินเดือนล่าสุด
-สำเนาบัตรข้าราชการที่ผู้บังคับบัญชารับรองให้
-หนังสือยินยอมให้หักเงินเดือน
-บัญชีเครือญาติ
-สำเนาบัตรข้าราชการ
-สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้าน
-หนังสือให้ความยินยอมคู่สมรส
-สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านคู่สมรส

5.กรมธรรม์ประกันอิสระภาพ ติดต่อซื้อกรมธรรมม์จากบริษัทประกันได้โดยตรง

***********การประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลย จะได้รับการประกันตัวต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากศาลเท่านั้น****************





การลาคลอดบุตร

การลาคลอด

ลูกจ้างหญิงมีครรภ์ลาเพื่อคลอดบุตรได้ครรภ์หนึ่งไม่เกิน 90 วัน โดยนับรวมวันหยุดด้วย
หลักเกณฑ์และเงื่อนไข
ต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนเดือนคลอดบุตร
จ่ายค่าบริการทางการแพทย์เหมาจ่ายกรณีคลอดบุตรให้แก่ผู้ประกันตนในอัตรา 13,000 บาทต่อการคลอดบุตรหนึ่งครั้ง

 สำหรับผู้ประกันตนหญิงมีสิทธิรับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรเหมาจ่ายในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ยเป็นระยะเวลา 90 วัน

สำหรับการใช้สิทธิบุตรคนที่ 3 จะไม่ได้รับสิทธิเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรเหมาจ่ายในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ยเป็นระยะเวลา 90 วัน
กรณีสามีและภรรยาเป็นผู้ประกันตนทั้งคู่ให้ใช้สิทธิในการเบิกค่าคลอดบุตรฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่จำกัดจำนวนบุตร/ครั้ง 

เอกสารประกอบการยื่นคำขอประโยชน์ทดแทน กรณีคลอดบุตร

  1. แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน สปส. 2-01 ผู้ประกันตนกรอกข้อความครบถ้วน พร้อมลงลายมือชื่อผู้ยื่นคำขอ
  2. สำเนาสูติบัตรบุตร 1 ชุด (กรณีคลอดบุตรแฝดให้แนบสำเนาสูติบัตรของคู่แฝดด้วย) 
  3. สำหรับผู้ประกันตนชายให้แนบสำเนาทะเบียนสมรส กรณีไม่ได้จดทะเบียนสมรสให้แนบหนังสือรับรองของผู้ประกันตนกรณีไม่มีทะเบียนสมรส
  4. สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรก ซึ่งมีชื่อและเลขที่บัญชีของผู้ยื่นคำขอมี 11 ธนาคาร ดังนี้
  • 1) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)             
  • 2) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)             
  • 3) ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)             
  • 4) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)             
  • 5) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)             
  • 6) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)             
  • 7) ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)            
  • 8) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย                
  • 9) ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน)           
  • 10) ธนาคารออมสิน            
  • 11) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) 


ที่มา www.sso.go.th

วันเสาร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2562

คำพิพากษาฎีกาที่ 11/2561 บวกโทษ มาตรา 58

คำพิพากษาฎีกาที่ 11/2561 บวกโทษ ประมวลกฎหมายอาญามาตรามาตรา 58

 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 วรรคแรก บัญญัติว่า เมื่อความปรากฎแก่ศาลเอง หรือความปรากฎตามคำแถลงของโจทก์หรือเจ้าพนักงานว่า ภายในเวลาที่ศาลกำหนดตามมาตรา 56 ผู้ที่ถูกศาลพิพากษาได้กระทำความผิดอันมิใช่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ และศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุกสำหรับความผิดนั้น ให้ศาลที่พิพากษาคดีหลังกำหนดโทษที่รอการกำหนดไว้ในคดีก่อนบวกเข้ากับโทษในคดีหลัง หรือบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีหลัง แล้วแต่กรณี ดังนั้น ความปรากฎต่อศาลตามคำฟ้องของโจทก์และคำให้การของจำเลยว่า ภายในเวลาที่ศาลรอการลงโทษให้จำเลย จำเลยได้กระทำความผิดคดีนี้อีก และคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นให้ลงโทษจำคุกจำเลย โดยไม่ลงโทษปรับ ไม่คุมความประพฤติจำเลย และไม่รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์จึงต้องนำโทษจำคุกของจำเลยที่รอการลงโทษไว้มาบวกเข้ากับโทษของจำเลยคดีนี้ด้วย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 วรรคแรก



ที่มา: หนังสือคำพิพากษาฎีกาเนติบัณฑิตยสภา

วันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2561

น้ำท่วมคอนโดรถยนต์เสียหายใครต้องรับผิดชอบ


เป็นคำถามที่น่าสนใจ เหตุการณ์ฝนตกไม่ว่าจะในฤดูหรือฝนนอกฤดูกาล เมื่อตกจนท่วมลานจอดรถชั้นใต้ดิน ทำให้รถยนต์เจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมที่จอดไว้ ได้รับความเสียหาย         ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ?

การหาผู้รับผิดชอบในเหตุการณ์ดังกล่าว นั้นต้องหาข้อเท็จจริง ถึงสาเหตุที่น้ำท่วมให้ได้เสียก่อนว่าเกิดจากอะไร ใครมีส่วนประมาทเลินเล่อหรือไม่ 

ซึ่งบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ ก็มี เจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วม ผู้ครอบครองห้องชุด ผู้ครอบครองรถยนต์ นิติบุคคลอาคารชุด บริษัทที่รับจ้างบริหารจัดการธุรกิจงานนิติบุคคล เจ้าของโครงการคอนโดมิเนียม บริษัทที่รับประกันภัย ทั้งของนิติบุคคลอาคารชุดและบริษัทประกันภัยรถยนต์ เป็นต้น

ทีนี้ก็มาดูหลักกฎหมายกันสักนิดเรื่องเหตุสุดวิสัย

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8 วางหลักเรื่องเหตุสุดวิสัย ไว้ว่า มาตรา 8  คำว่า “เหตุสุดวิสัย” หมายความว่า เหตุใด ๆ อันจะเกิดขึ้นก็ดี จะให้ผลพิบัติก็ดี เป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้แม้ทั้งบุคคลผู้ต้องประสบหรือใกล้จะต้องประสบเหตุนั้นจะได้จัดการระมัดระวังตามสมควรอันพึงคาดหมายได้จากบุคคลในฐานะและภาวะเช่นนั้น

ถ้าเหตุการณ์น้ำท่วมเกิดขึ้นจากเหตุสุดวิสัย หมายความว่า เหตุการณ์นี้โทษใครไม่ได้ ต้องโทษฟ้าโทษฝน

แต่มีเหตุการณ์น้ำท่วมคอนโดมิเนียม โดยเฉพาะพื้นที่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน ซึ่งเกิดขึ้นจากความประมาทเลินเล่อ ของนิติบุคคลอาคารชุด บริษัทที่รับว่าจ้างดำเนินการจัดการดูแลทรัพย์ส่วนกลาง หรืออาจเกิดจากความประมาทตั้งแต่การก่อสร้างคอนโด ซึ่งในส่วนนี้ต้องอาศัยข้อเท็จจริงพยานหลักฐาน เป็นสำคัญ ซึ่งต้องพิจารณาว่า ตั้งแต่ เมื่อฝนเริ่มตั้งเค้า และตกลงมา นิติบุคคล มีการป้องกันอย่างไร การเตรียมการป้องกันทำหรือไม่ การประเมินสถานการณ์มีความล่าช้า เกินไปหรือไม่ การแจ้งเตือน แผนรับมือกับสถานการณ์ต่างๆมีหรือไม่ เพราะอะไรก็เพราะเวลาฝนตกไม่ว่าในฤดูกาล หรือนอกฤดูกาล มีการแจ้งเตือนจากกรมอุตุ หรือไม่มีก็ตามแต่ ใน กทม หรือต่างจังหวัด เวลาฝนตก ไม่ใด้ท่วมทันทีทันใด ต้องอาศัยการตกสะสม ปริมาณน้ำถึงจะสูงขึ้น มีเวลาในการป้องกัน คนที่เกี่ยวข้องต้องรู้และสังเกตุได้ เพราะเชื่อว่าเจ้าของร่วมอาคารชุดทุกคนคงจะไม่ทราบมาก่อนว่าน้ำจะท่วมลานจอดรถชั้นใต้ดิน รู้เพียงแค่จ่ายค่าส่วนกลางทุกๆเดือนทุกๆปี เขาต้องได้รับความสะดวกสบาย ปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน เพราะถ้ารู้ว่าท่วมจะไม่ซื้อคอนโดโครงการนี้แน่นอน และโครงการคอนโดก็จะไม่มีใครบอกด้วยว่าน้ำจะท่วมลานจอดรถนะ เพราะอาจทำให้ไม่มีผู้ซื้อ

ดังนั้น ถ้าพิสูจน์ได้ว่าเหตุที่น้ำท่วมเกิดจากความประมาทเลินเล่อของนิติบุคคลอาคารชุด นิติบุคคลอาคารชุด บริษัทรับจ้างดูแลทรัพย์ส่วนกลาง บริษัทประกันภัย ก็ต้องร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้เสียหาย ส่วนโครงการนั้นถ้าส่งมอบงานให้กับนิติบุคคลอาคารชุดแล้วก็ไม่ต้องร่วมรับผิดชอบ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4493/2543
พระราชบัญญัติอาคารชุดฯ ต้องการให้เจ้าของกรรมสิทธิ์ในห้องชุดอันเป็นทรัพย์สินส่วนบุคคลสามารถใช้สิทธิในห้องชุดได้ตามสิทธิของตนแต่ทรัพย์ส่วนกลางถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์รวมระหว่างเจ้าของห้องชุดซึ่งมีไว้เพื่อใช้หรือเพื่อประโยชน์ร่วมกันทั้งกฎหมายและข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุดล้วนกำหนดให้เป็นหน้าที่ของนิติบุคคลอาคารชุดจำเลยที่ 1 ต้องดูแลรักษาทรัพย์สินส่วนกลางของอาคารชุดเมื่อสาเหตุที่น้ำท่วมห้องชุดของโจทก์เพราะน้ำฝนเอ่อล้นจากท่อรับน้ำภายในอาคารชุดเนื่องจากท่อรวมรับน้ำอุดตัน ซึ่งจำเลยที่ 1 มีหน้าที่ดูแลให้ท่อระบายน้ำดังกล่าวระบายน้ำได้ตลอดเวลา แม้โจทก์มิได้นำสืบว่าเหตุใดท่อน้ำจึงอุดตันและจำเลยที่ 1 ได้กระทำอย่างไรกับสิ่งอุดตันนั้นหรือบริเวณที่อุดตันนั้นไม่อาจตรวจพบได้โดยง่าย ก็ถือได้ว่าเป็นการกระทำละเมิดของจำเลยที่ 1 แล้วเพราะจำเลยที่ 1 ได้เก็บเงินค่าดูแลรักษาทรัพย์สินส่วนกลาง แล้วว่าจ้างบริษัทเอกชนที่มีอาชีพในการบริหารอาคารชุดมาทำหน้าที่แทน เมื่อบริษัทดังกล่าวละเว้นหน้าที่โดยประมาทเลินเล่อปล่อยให้ท่อระบายน้ำอุดตันจนน้ำท่วมห้องชุดของโจทก์เช่นนี้ย่อมเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์

วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2561

สัญญาค้ำประกันต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกัน จึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้

มาตรา 680 วรรคสอง สัญญาค้ำประกันต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกัน จึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้
ลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันส่วนเจ้าหนี้ไม่ต้องลงลายมือชื่อก็ได้ ส่วนหนี้ที่ค้ำประกันนั้นต้องเป็นหนี้อันสมบูรณ์ มาตรา681 วรรคหนึ่ง  ไม่เช่นนั้นสัญญาค้ำประกันตกเป็นโมฆะ ตามผลของมาตรา 685/1

ข้อตกลงเกี่ยวกับสัญญาค้ำประกันที่กฎหมายบัญญัติว่าเป็นโมฆะ
-ให้ผู้ค้ำประกันเป็นบุคคลธรรมดารับผิดร่วมกับลูกหนี้  ตามมาตรา 681/1 กฎหมายใหม่
-ข้อตกลงการค้ำประกันที่แตกต่างไปจากมาตรา 685/1

วันพุธที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2561

อายุความคดีเช็ค

อายุความคดีเช็ค
ทางอาญา ต้องแจ้งความร้องทุกข์ ภายใน 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินครั้งแรก และเมื่อร้องทุกข์ไว้เรียบร้อยแล้ว จะฟ้องคดีด้วยตนเองต้องฟ้องภายใน 5 ปี นับแต่วันกระทำความผิด ถ้าไม่แจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ ต้องฟ้องคดีด้วยตนเอง ภายใน 3 เดือน นับตั้งแต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน

ทางแพ่ง ต้องฟ้องภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ลงในเช็ค 

คำร้องทุกข์ หมายถึง

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (7) คำร้องทุกข์ หมายความถึง การที่ผู้เสียหายได้กล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ ว่ามีผู้กระทำความผิดเกิดขึ้น จะรู้ตัวผู้กระทำความผิดหรือไม่ก็ตาม ซึ่งกระทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย และการกล่าวหาเช่นนั้น ได้กล่าวโดยมีเจตนาจะให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2567

  คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2567                  โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ให้รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อ หลังจากจำเลยที่ 1 ทำสัญญาได้ชำระค่าเช่าซื้อ...