วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2558

ฎีกาที่ 3994/2540

ฎีกาที่ 3994/2540

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งหกให้รับผิดตามสัญญากู้ยืมเงินซึ่งมีจำเลยที่ 6 เป็นผู้ค้ำประกัน เป็นคำฟ้องเกี่ยวกับหนี้เหนือบุคคลซึ่งตาม ป.วิ.พ.มาตรา 4(1) โจทก์สามารถฟ้องต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลหรือต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลก็ได้ เมื่อจำเลยที่ 6 มีภูมิลำเนาในเขตศาลจังหวัดสงขลา ทั้งมูลคดีก็เกิดขึ้นในเขตศาลจังหวัดสงขลา คดีย่อมอยู่ในอำนาจศาลจังหวัดสงขลา ที่จะพิจารณาพิพากษาได้ โดยไม่จำต้องยื่นคำร้องแสดงเหตุให้ศาลจังหวัดสงขลารับคดีไว้พิจารณา

ฎีกาที่ 4443/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4443/2546

คำว่า มูลคดีเกิด หมายถึงต้นเหตุอันเป็นที่มาแห่งคำฟ้อง คดีนี้โจทก์ฟ้องหย่าจำเลย ต้นเหตุของคำฟ้องคือเหตุหย่า ส่วนการจดทะเบียนสมรสเป็นต้นเหตุของความเป็นสามีภรรยา สถานที่จดทะเบียนสมรสจึงหาใช่เป็นสถานที่มูลคดีของเหตุฟ้องหย่าไม่ เมื่อปรากฎตามคำฟ้องของโจทก์ได้ความว่าในระหว่างสมรสโจทก์จำเลยพักอาศัยอยู่บ้านเดียวกันที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จำเลยกระทำการเป็นปรปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยา โดยทำร้ายร่างกายโจทก์และขับไล่โจทก์ออกจากบ้าน อันเป็นเหตุฟ้องหย่า ฉะนั้น จังหวัดนครศรีธรรมราชจึงเป็นสถานที่มูลคดีของเหตุฟ้องหย่าเกิด ทั้งจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องหย่าจำเลยที่ศาลจังหวัดพัทลุง ตามบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวข้างต้น

วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2558

คู่ความมรณะ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 357/2516
การที่ศาลจะมีคำสั่งจำหน่ายคดีจากสารบบความตามมาตรา 42 จะต้องเป้นการที่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมรณะในระหว่างที่คดีค้างพิจารณาอยู่ในศาลนั้นเอง เมื่อคู่ความมรณะระหว่างที่คดีค้างพิจารณาอยู่ในศาลอุทธรณ์เป็นเวลาเกินกว่าหนึ่งปี แต่ศาลอุทธรณ์มิได้สั่งจำหน่ายคดีจนกระบวนพิจารณาได้ผ่านจากชั้นศาลอุทธรณ์มาเป็นกระบวนพิจารณาชั้นฎีกา โดยศาลชั้นต้นได้สั่งให้ทายาทของผู้มรณะเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่และได้สั่งรับฎีกาแล้ว ย่อมมิใช่เป้นกรณีที่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมรณะในระหว่างที่คดีค้างพิจารณาอยู่ในศาลฎีกา ศาลฎีกาสั่งจำหน่ายคดีมิได้

วันอังคารที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2558

การขอขยายระยะเวลาบังคับคดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2278/2526
ระยะเวลา 10 ปี ตามมาตรา 271 เป็นระยะเวลาที่กำหนดไว้ ใน ป.วิ.พ. ศาลมีอำนาจสั่งขยายหรือย่นเข้าได้ตามมาตรา 23 จึงไม่ใช่อายุความฟ้องร้องคดี เพราะอายุความฟ้องร้องคดีนั้น ป.พ.พ.มาตรา 191 บัญญัติว่าผู้ใดหาอาจจะขยายหรือย่นเข้าได้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2769/2539

คำร้องที่ขอให้ศาลงดการบังคับคดีเป้นคำร้องที่เกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดี ศาลที่มีอำนาจทำคำวินิจฉัยชี้ขาดคำร้องดังกล่าวคือศาลแพ่งซึ่งเป้นศาลซึ่งเป็นศาลที่พิจารณาและชี้ขาดคดีในศาลชั้นต้น ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 302 วรรคหนึ่ง ศาลจังหวัดตราดซึ่งเป็นศาลที่ได้รับมอบหมายจากศาลแพ่งให้ดำเนินการบังคับคดียึดทรัพย์ โดยขายทอดตลาดแทนไม่มีอำนาจสั่งให้งดการบังคับคดีตามคำร้องของผู้ร้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 901/2511

การพิจารณาคดีชั้นร้องขัดทรัพย์ ถือเป็นการพิจารณาคดีในเรื่องเดิม ถึงแม้คดีร้องขัดทรัพย์จะมีทุนทรัพย์เกินอำนาจศาลแขวง ศาลแขวงก็มีอำนาจพิจารณาพิพากษาได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2403/2523

จำเลยหลายคนมีภูมิลำเนาต่างกัน โจทก์ฟ้องจำเลยทุกคนต่อศาลที่จำเลยคนหนึ่งคนใดมีภูมิลำเนาแล้ว แม้ต่อมาโจทก์จะถอนฟ้องจำเลยที่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลนั้น ศาลนั้นก็ยังพิจารณาคดีจำเลยซึ่งไม่มีภูมิลำเนาในเขตศาลนั้นต่อไปได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2567

  คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2567                  โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ให้รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อ หลังจากจำเลยที่ 1 ทำสัญญาได้ชำระค่าเช่าซื้อ...